SAT Grammar Rules 10 กฎไวยากรณ์ต้องรู้! ก่อนสอบพาร์ท English

ข้อสอบ SAT Evidence-Based Reading and Writing หรือที่น้อง ๆ เรียกกันว่า SAT English น้อง ๆ ต้องใช้หลักทางภาษาสูงมากในการวิเคราะห์และเรียบเรียงคำตอบเพื่อให้ไม่เสียคะแนน โดยเฉพาะในเรื่องของหลักไวยากรณ์ (Grammar Rules) ที่หากน้อง ๆ ยังเข้าใจได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้น้อง ๆ พลาดคะแนนในส่วนนี้ไปได้

น้อง ๆ ที่กำลังติว SAT เพื่อจะลงสนามสอบครั้งหน้า จึงควรจะต้องมีการเตรียมตัว จับจุดข้อสอบ SAT ในส่วนของ Grammar ให้มากขึ้น เพื่อให้ในวันสอบจริง น้อง ๆ สามารถเข้าใจโจทย์ และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจมากขึ้น บทความนี้ The Planner ขอพาน้อง ๆ มาดูกฎไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ต้องรู้ 10 เรื่อง ก่อนวันไปสอบจริง ถ้าเข้าใจตามนี้ได้ทุกข้อคะแนน SAT English พุ่งแน่นอน

  • Concision and Redundancy 

น้อง ๆ ควรต้องระวังในเรื่องของการใช้คำฟุ่มเฟือยและการสื่อความหมายซ้ำซ้อน ซึ่งการใช้คำที่มีความหมายเดียวกันหรือใกล้เคียงกันในประโยคเดียวกันมากเกินไป จะทำให้ประโยคยาวเกินความจำเป็น เพื่อให้ได้คะแนนในส่วนนี้มากขึ้น น้อง ๆ ควรต้องหมั่นฝึกฝนในเรื่องของความกระชับในการเรียบเรียงประโยคให้มากขึ้นด้วย

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
Thinking in a more general manner, we can say that good schools enable people to learn more.

Correct:
Generally, we can say that good schools enable people to learn more.

  • Idioms and Conventional Expressions

กรณีน้อง ๆ ต้องการจะสื่อความหมายคล้าย ๆ กันไปอีกใน 2 ถึง 3 ประโยค หากจะพูดหรือเขียนเรื่องเดิม ๆ ก็อาจทำให้การสื่อสารอย่างใดอย่างหนึ่งออกมานั้น ค่อนข้างที่จะน่าเบื่อและไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ ในภาษาอังกฤษจึงมีในเรื่องของสำนวนหรือกลุ่มคำที่มีความหมายคล้าย ๆ กันเข้ามาช่วยอธิบาย ดังนั้น การฝึกท่องจำกลุ่มคำที่สามารถใช้ร่วมกันได้หรือต้องมาคู่กันอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง ตรงบริบท และหลากหลายมากขึ้น (จุดนี้จะช่วยเพิ่มคะแนนในส่วนของ Lexical Resource หรือความหลากหลายในการใช้คำศัพท์ด้วย)

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
One should refrain for texting while driving.

Correct:
One should refrain from texting while driving.

  • Conjunctions and Conjunctive Adverbs

ใครกำลังคิดว่าคำเชื่อมประโยคไม่สำคัญ บอกเลยว่าผิดถนัด เพราะเหล่า Conjunctions (เช่น For, And, Nor, But, Or, Yet, So, When, While, Before, Unless) และ Conjunctive Adverbs (เช่น However, Therefore, Meanwhile, Consequently, Furthermore) ที่มีหน้าที่ในการใช้เชื่อมประโยค คำ วลี อนุประโยค รวมไปถึงการเชื่อมใจความ จะช่วยให้คำตอบของน้อง ๆ ดูลื่นไหล เกิดการอธิบายได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลและช่วยให้ประโยคมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
Foreshadowing, a literary technique when an author hints at what will happen later in the text, is a useful tool for setting the right atmosphere.

Correct:
Foreshadowing, a literary technique whereby an author hints at what will happen later in the text, is a useful tool for setting the right atmosphere.
(an author hints by means of foreshadowing.)

  • Punctuation

เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ เป็นองค์ประกอบสำคัญมาก ๆ สำหรับในการใช้แบ่งวรรค ตอนของเนื้อหา ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนหรือผู้พูดได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดความสับสน เครื่องหมายวรรคตอนจะมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น Period/Full stop (.), เครื่องหมาย Dash (-), เครื่องหมาย Colons (:), เครื่องหมาย Semicolons (;) เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
I came to study early. but no one was here.

Correct:
I came to study early, but no one was here.

  • Sentences

Sentence คือ กลุ่มคำที่รวมกันเพื่อให้เกิดเป็นประโยคในภาษาอังกฤษ ที่สามารถสื่อใจความได้อย่างสมบูรณ์ ในหนึ่งประโยคจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ภาคประธาน (Subject) และภาคแสดงกริยา (Predicate) ดังนั้น เมื่อน้อง ๆ ต้องสื่อสารออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งในชีวิตประจำวันและการสอบ จะต้องมีความรอบคอบอยู่เสมอในการเรียบเรียงประโยค เพราะถ้าหากขาดส่วนสำคัญไปจุดใดจุดหนึ่ง ประโยคนั้นก็อาจจะแปลความออกมาอย่างไม่สมบูรณ์ครบถ้วน หรือไม่รู้เรื่องได้

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
For the sake of a better experience at school, asking his adviser for a new room assignment.

Correct:
For the sake of a better experience at school, the freshman asked his adviser for a new room assignment.

  • Parallel Construction

โครงสร้างคู่ขนาน หรือ Parallel Construction เป็นการเขียนโดยกำหนดให้องค์ประกอบในประโยคมีไวยากรณ์ (Grammatical Form) ไปในทิศทางเดียวกัน ทำหน้าที่เดียวกัน เช่น ถ้าหากน้อง ๆ ใช้คำนามก็ต้องใช้คำนามคู่กัน และหากใช้เป็นวลีก็ต้องใช้วลีคู่กันด้วย

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
Painting your bedroom requires picking a colour, measuring the walls, get the right tools, and buying paint.

Correct:
Painting your bedroom required picking a colour, measuring the walls, getting the right tools, and buying paint.

  • Possessive nouns

ในเรื่องของการทำคำนามให้อยู่ในรูปของการแสดงความเป็นเจ้าของ หรือ Possessive noun จุดเล็ก ๆ นี้อาจดูเหมือนง่าย แต่ถ้าหากพลาดขึ้นมาก็โดนตัดคะแนนได้เหมือนกัน ซึ่งคำนามแสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษ จะทำได้ 2 วิธีคือ การใช้ Apostrophe + s (‘s) (คำนามเอกพจน์ (Singular Noun) และคำนามพหูพจน์ (Plural Noun) มีวิธีการใส่ ‘s ไม่เหมือนกัน) และการใช้ of ที่น้อง ๆ มักใช้กันอยู่บ่อย ๆ เช่น The trunk of an elephant.

ตัวอย่างกรณีใช้ Apostrophe + s (‘s) เช่น
1) Possessive singular noun:
The pencil that belongs to one student = the student‘s pencil

2) Possessive plural noun:
The classroom that belongs to three students = the students’ classroom

  • Pronouns

Pronouns หรือ คำสรรพนาม เป็นคำที่ใช้แทนนามในภาษาอังกฤษ ซึ่งแบ่งแยกย่อยอีกได้ถึง 8 ประเภท ได้แก่

1) Personal Pronoun (สรรพนามแทนบุคคล) เช่น I, You, We, Thay, He, She, It
2) Possessive Pronoun (สรรพนามเจ้าของ) เช่น mine, yours, hers, ours, his, its
3) Reflexive Pronoun (สรรพนามเน้นตัวเอง) เช่น myself, yourself, himself, herself
4) Definite Pronoun (สรรพนามชี้เฉพาะ) เช่น this, these, that, those
5) Indefinite Pronoun (สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ) เช่น all, any, non, some
6) Interrogative Pronoun (สรรพนามคำถาม) เช่น who, whom, whose, what, which
7) Relative Pronoun (สรรพนามเชื่อมความ) เช่น who, whom, whose, what, which  (เอาไว้ใช้ขยายประธานหรือกรรม ห้ามมี noun ตามหลัง)
8) Distributive Pronoun (สรรพนามแบ่งแยก) เช่น each, either, neither

คำสรรพนามดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ จะช่วยให้ประโยคภาษาอังกฤษของน้อง ๆ เกิดความเข้าใจง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งเดิมหรือชื่อเดิมซ้ำ ๆ หากน้อง ๆ อยากได้คะแนนมากขึ้น ต้องไปทำความเข้าใจทั้ง 8 ข้อย่อยนี้ให้ดี และเลือกใช้กันให้ถูกต้องในวันสอบด้วยนะ

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
The red car is me.

Correct:
The red car is mine.

  • Verbs

Verbs หรือ กริยา คือคำที่บอกอาการหรือการกระทำ (action) หรือ ความเป็นอยู่ (being)
สำหรับในข้อสอบ SAT Reading และ Writing จะมีการทดสอบน้อง ๆ อยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ verb tenses และ subject/verb agreement

  • Verb Tense

เช่น Present Perfect, Past Continuous,Future Perfect และอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น
Wrong:
She live in Liverpool all her life.

Correct:
She has lived in Liverpool all her life.

  • Subject/Verb Agreement 

เป็นการใช้ประธานและคำกริยาให้สอดคล้องกันตามหลักไวยากรณ์

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
Susan work as a veterinarian.

Correct:
Susan works as a veterinarian.

  • Illogical Comparisons

ข้อสุดท้ายนี้อาจจะเข้าใจยากสักเล็กน้อย แต่บอกไว้เลยว่าออกข้อสอบ SAT Writing บ่อยมาก ๆ และค่อนข้างปราบเซียนอยู่ไม่น้อย คือในเรื่องของ Illogical Comparisons หรือความเข้าใจในการเขียนเปรียบเทียบสิ่งที่คล้ายกัน ซึ่งในบางครั้งก็อาจมาในรูปแบบของคำที่สามารถเปรียบเทียบกับคำอื่นในประเภทเดียวกันได้เท่านั้นด้วย

ตัวอย่างเช่น
Wrong:
For astronauts, the moon is easier to get to than any space object.

Correct:
For astronauts, the moon is easier to get to than any other space object.

อ่านบทความ Bluebook คืออะไร? ทำไมเด็กที่สอบ SAT ทุกคนต้องรู้จัก คลิกที่นี่

การสอบ SAT ถือเป็นด่านสำคัญมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมติวสอบเข้าคณะอินเตอร์ ดังนั้น การเตรียมตัวและเตรียมความรู้ให้พร้อม โดยเฉพาะ SAT English ที่ต้องใช้หลักและกฎทางภาษาอังกฤษเยอะมาก ๆ จะช่วยให้น้อง ๆ ลุยข้อสอบ SAT ได้อย่างมั่นใจ และทำคะแนนสอบออกมาได้ดีตามที่คาดหวัง

น้อง ๆ คนไหนที่กำลังมองหาสถาบันติว SAT ดี ๆ สักที่ ที่จะมาช่วยเสริมเกราะความรู้ เพิ่มความมั่นใจในการสอบให้มากขึ้นทั้ง SAT Math และ SAT Eng สถาบัน The Planner Education เปิดคอร์สติว SAT ระยะสั้น ทั้งแบบ On-Site และ Online ให้กับน้อง ๆ ในทุกเดือน ด้วยเนื้อหา SAT ที่อัปเดตล่าสุด ตรงจุดออกข้อสอบจริง สอนกันสด ๆ โดยคุณครูจบตรงสาย ประสบการณ์สอนตรง ที่จะมอบมอบทริคเด็ด ๆ เคล็ดลับให้กับน้อง ๆ ในทุกเนื้อหา พร้อมทั้งมีทีมพี่แอดมินคอยช่วยดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น จนสอบผ่าน มั่นใจได้เลยว่าติวสอบ SAT ที่ The Planner ไม่มีผิดหวังแน่นอน!

สนใจมาสมัครติว SAT ด้วยกัน ติดต่อผ่านช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย  

สนใจติว GED | IGCSE | A-LEVEL | SAT | IELTS | ACT | GSAT | BMAT | TOEFL-MUIC/MUIDS | CU-TEP | CU-AAT | CU-ATS | TU-GET | IB | AP | Academic Writing

ดูรายละเอียดคอร์สเรียนที่สนใจได้เลย!

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Line: @theplanner หรือ Phone: 095-726-2666

เพิ่มเพื่อน
Tags:

Leave a Reply