อัพเดต 12 คำถาม ที่ถูกถามบ่อย เตรียมสอบ SAT ปี 2021 ต้องรู้!

การสอบ SAT คือการสอบวัดผลวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษสำหรับนำผลคะแนนไปใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในคณะอินเตอร์ หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ รวมไปถึงการสอบ SAT Subject Test ในวิชาเฉพาะ สำหรับคณะที่ต้องการผลสอบในวิชาเฉพาะทาง เช่น Physics, Chemistry หรือ Biology ในการสอบ SAT จะสามารถเก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปี สำหรับน้องๆ ที่ต้องการจะสอบในปี 2021 The Planner Education ได้รวบรวมคำถามที่ถูกถามบ่อยจากนักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง มาอัพเดตก่อนเข้าสู่สนามสอบจริง มีอะไรที่ต้องรู้ก่อนสอบ มาเช็คกัน! Q: SAT สอบได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่A: การสอบ SAT ไม่จำกัดอายุผู้สอบ แต่ส่วนมากน้องๆ จะเริ่มสอบในช่วงมัธยมปลาย เนื่องจากคะแนนสอบ SAT จะมีอายุ 2 ปี Q: มีการสอบกี่ครั้งใน 1 ปี /รอบสอบปี 2021 มีวันไหนบ้าง?A: มีการสอบประมาณ 4-5 ครั้ง /ปี[...]

University pathways ฉบับ Inter program เข้าคณะอินเตอร์ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

คณะหรือภาคอินเตอร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของน้องๆ นักเรียน การเรียนการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษช่วยเปิดกว้างองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมกับครูผู้สอนและเพื่อนๆ ต่างเชื้อชาติ ถือเป็นทางเลือกที่สร้างโอกาสและได้ฝึกฝนสกิลด้านภาษา เพื่อนำมาใช้ในอนาคต ปัจจุบันคณะอินเตอร์ในไทยมีอยู่หลากหลายสถาบันทั้งของเอกชนอย่าง ม.กรุงเทพ ABAC ฯลฯ หรือมหาวิทยาลัยชั้นนำของภาครัฐ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มหิดล เกษตรศาสตร์ มศว และอีกมากมาย เปิดโอกาสให้น้องๆ สามารถยื่นคะแนนเข้าศึกษาในหลักสูตรอินเตอร์ เพื่อสร้างทางเลือกของอาชีพในอนาคต แต่การจะสมัครเข้าไปเรียนในคณะอินเตอร์จะมีความเฉพาะบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมา เช่น เรื่องการวัดผลทางด้านภาษาอังกฤษ การวัดผลความเฉพาะทางอื่นๆ เพื่อเข้าเรียนในคณะ นอกจากนี้เนื่องจากเป็นหลักสูตรอินเตอร์ที่เปิดกว้างสำหรับคนไทยและต่างชาติ จึงสามารถใช้วุฒิเทียบ ม.6 ของหลักสูตรต่างประเทศยื่นได้ รายละเอียดสามารถติดตามได้ในบทความนี้เลย 😉 High School Diploma : วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า ก่อนจะไปถึงคะแนนวัดผลต่างๆ แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ วุฒิจบ ม.6 หรือเทียบเท่า เพื่อยืนยันว่าเราได้ผ่านการศึกษาในระดับมัธยมปลายมาแล้ว ทั้งนี้เราสามารถใช้ ”วุฒิเทียบเท่า” ที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่ากับการศึกษาระดับมัธยมปลายของไทยยื่นเข้าภาคอินเตอร์ได้ โดยวุฒิเทียบเท่าหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ GED ระบบอเมริกา/แคนนาดา, IGCSE &[...]

รวมข้อควรรู้ของ SAT Subject Test อยากติดอินเตอร์ต้องอ่าน!

SAT Subject Test คืออะไร? นอกจากการสอบ SAT สำหรับวัดความสามารถเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยตามหลักสูตรสากลแล้ว น้องๆ น่าจะเคยได้ยิน SAT Subject Test หรือ SAT II  ซึ่งถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็คือการวัดความสามารถ “แบบเฉพาะ” ในวิชานั้นๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับคณะที่น้องๆ จะยื่นเข้าเรียนซึ่งคณะอินเตอร์มักจะมี Requirement ให้ยื่นทั้ง SAT และ SAT Subject Test ในกรณีที่ต้องการคะแนนวัดผลเฉพาะ  โดยเจ้า SAT Subject Test จะมีวิชาที่แยกย่อยไปอีกเยอะมากๆ และวิชา SAT Subject Test ที่มหาวิทยาลัยในไทยนิยมใช้ ได้แก่ Mathematics (Level 1,2) ,Physics, Chemistry, Biology เพื่อใช้ยื่นเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ เป็นต้น SAT Subject Test มีวิชาอะไรบ้าง? มี[...]

รู้ก่อนสอบ SAT 2021 เตรียมตัวฟิต พิชิตคณะอินเตอร์

การสอบ SAT รอบปี 2020 กำลังจะผ่านไป สำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมความพร้อมสอบ SAT ปีหน้า วันนี้ The Planner Education มาชวนอุ่นเครื่องทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับข้อสอบ SAT พร้อมอัพเดตตารางการสอบ SAT ของปีหน้า เพื่อพิชิตเป้าหมายการสอบเข้าคณะอินเตอร์ของน้องๆ กันค่ะ 💪🏼 SAT Exam Pattern - โครงสร้างข้อสอบ ข้อสอบ SAT ได้รับการยอมรับว่าเป็นมาตราฐานสากลที่ใช้เป็นเกณฑ์วัดความถนัดของน้องๆ ในวิชาภาษาอังกฤษ Reading & Writing และวิชาเลข Mathematics จะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหิดล ธรรมศาสตร์ฯลฯ ได้มีการใช้เกณฑ์คะแนนดังกล่าววัดผลการเข้าศึกษาในหลักสูตรอินเตอร์ โดยโครงสร้างของข้อสอบ SAT แบ่งออกเป็น 2 วิชาตามที่กล่าวไปเบื้องต้น จึงถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ทคือ Evidence-Based Reading & Writing - ซึ่งถูกแยกออกเป็นพาร์ท[...]

SAT Passage-based Reading and Writing : Future Simple VS Future Perfect

            สวัสดีครับ วันนี้เรามาดูภาษาอังกฤษในบทเรียน SAT Passage-based Reading and Writing กันนะครับ หากเราต้องการที่จะบรรยายเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือเล่าเหตุการณ์ในอนาคต เราสามารถใช้โครงสร้างประเภท Future Tense มาช่วยประกอบการบรรยายได้ แต่ทราบกันไหมครับว่าอันที่จริงอนาคตในภาษาอังกฤษมีวิธีเล่าทั้งหมดถึง 4 แบบด้วยกัน แต่วันนี้พี่จะมาสอนวิธีการใช้รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างของ Future Simple กับ Future Perfect ให้น้องฟัง เพราะข้อสอบและบทเรียน SAT พาร์ท English ชอบทดสอบว่าน้องสามารถแยกแยะและใช้งาน Tense คู่นี้ได้หรือเปล่า             ปกติแล้วเรามักจะใช้ Future Tense ในการบรรยายเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เพียงแต่ผู้พูดวางแผนหรือคาดการณ์ว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งหัวใจสำคัญของ Tense นี้คือคำว่า “will” (จะ) และอย่าลืมนะหลัง will ต้องตามด้วย Infinitive Verb เสมอ ( Verb ไม่ผันและห้ามเติม -s/-es/-ed หรือ -ing ต่อท้ายเด็ดขาด!)[...]

SAT Chemistry : Energy change

วันนี้มาเรียน SAT Chemistry กับเรื่อง Energy Change กันครับ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีเสมอ เกิดจากมุมมองอันประกอบไปด้วย ระบบ (System) คือ สิ่งที่เราให้ความสนใจ และ สิ่งแวดล้อม (Surroundings) คือ สิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่เราสนใจ ตัวอย่าง ในบทเรียน SAT Chemistry จะมีเรื่องการละลายของน้ำแข็ง (ระบบ คือ น้ำแข็ง และ สิ่งแวดล้อม คือ อากาศภายนอกหรือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่น้ำแข็ง) ในวิชา SAT Chemistry เคมี ความรู้แขนงนี้ถูกต่อยอด ด้วยการนำหลักการทางความร้อนมาใช้พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยส่วนมากแล้ว จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานตามมาเสมอ   เมื่อติว SAT Chemistry เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ การคายพลังงาน (ภาพด้านซ้ายมือ) เกิดขึ้นเมื่อระบบปล่อยพลังงานออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้พลังงานภายในระบบลดลง ส่งผลให้พลังงานของระบบ ณ จุดสุดท้าย[...]

SAT Math : Conversion factor

ในการเรียน SAT Math เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ ปัญหาที่ทำให้เด็กตอบคำถามผิด มาจากคำนวณหน่วยผิดซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่เด็กทุกคนเรียนกันมาตั้งแต่สมัยประถม เนื้อหานี้เป็นหนึ่งในเนื้อหาที่สำคัญมากที่สุด เพราะอยู่ในข้อสอบทุกประเภท โดยเฉพาะใน SAT Mathematics นอกจากนี้ยังออกในข้อสอบ SAT Chemistry และ SAT Physics อีกด้วย จะเห็นได้ว่าเนื้อหาบทนี้สำคัญมากเพียงใด ตัวอย่าง  มีลูกอม 20 เม็ด แบ่งให้เพื่อนไป 1 โหล จะเหลือลูกอมกี่เม็ด สังเกตว่าเราไม่สามารถคำนวณ “20 เม็ด – 1 โหล” ได้ เพราะการบวกลบหน่วยต้องตรงกันเสมอ การบวกลบ หน่วยต้องเหมือนกัน                                 เช่น 2 เมตร + 5 เมตร = 7 เมตร หรือ 12 นาที – 4 นาที =[...]

SAT English – Confusing Words

            ติว SAT กัน วันละตอน วันนี้จะมาดูคำที่ต้องรู้ความแตกต่าง ในชีวิตนี้ทุกคนน่าจะเคยประสบปัญหาเวลาเจอคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีลักษณะคล้ายกัน (อย่างการออกเสียงคล้ายกันหรือการสะกดคำคล้ายกัน) มักจะทำให้เราสับสนและเผลอใช้คำศัพท์เหล่านั้นผิดบริบท เช่น two VS to VS to, than VS then และ advice VS advise             จะเห็นได้ชัดเลยว่าคำกลุ่มนี้มักสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้เสมอ พี่เจอบ่อยๆจากน้องๆที่เรียน SAT กัน คำกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า Confusing Words (ลักษณะคล้ายแต่มีความหมายและการใช้งานแตกต่าง) ข้อสอบ SAT เองก็มักจะทดสอบว่าพวกเรารู้คำศัพท์ รู้ความแตกต่างและการใช้งานคำศัพท์แต่ละคำมากเพียงพอที่จะไม่สับสนเวลาทำข้อสอบหรือเปล่า             วันนี้พี่ก็เลยจะมานำเสนอคำศัพท์ที่มีลักษณะคล้ายกันมากจนสร้างความสับสนให้กับน้องๆที่ติว SAT และผู้ใช้ภาษา เรื่องนี้มักจะออกข้อสอบ SAT กันครับ เราลองมาดูกันทีละคู่เลยดีกว่า Affect VS Effect             คำคู่แรกนี้เป็นคำคู่ที่ง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีเด็กหลายคนที่ใช้งานผิดนะครับ สองคำนี้มีความหมายคล้ายกัน แปลว่า “(มี)ผลกระทบ” แตกต่างกันคือ affect =[...]

SAT Math – Average from frequency table

ติว SAT Math วันละนิดวันนี้เรื่อง frequency นะครับ อันนี้เป็นตารางแจกแจงความถี่ (Frequency table) เป็นการแสดงผลข้อมูลเป็นตารางอย่างง่ายด้วยการแปลงข้อมูลดิบมาใส่ในตาราง เช่น อายุของนักเรียน 12 คน ในห้องเรียน มีดังต่อไปนี้ 16, 17, 19, 20, 17, 18, 19, 18, 16, 16, 18, 16 จะสามารถเขียนเป็นตารางแจกแจงความถี่ได้ดังนี้ องค์ประกอบของตารางแจกแจงความถี่จะประกอบไปด้วย Column x นิยมเขียนอยู่ทางด้านซ้ายมือ แสดงค่าของข้อมูล ในกรณีนี้ คือ อายุ Column นิยมเขียนอยู่ทางด้านขวามือ แสดงความถี่ของข้อมูลหรือจำนวนของข้อมูลที่สนใจ ในกรณีนี้ คือ จำนวนนักเรียน   สังเกตว่า การแสดงตารางแจกแจงความถี่มีช่วยให้อ่านข้อมูลได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพราะถ้าจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นจาก 12 คนเป็น 20 คน หรือ 30 คน แน่นอนว่า[...]

SAT : Answer Choice

                เวลาที่น้อง ๆ ทำโจทย์หรือติว SAT Reading หลายคนน่าจะเคยลังเล เลือกคำตอบที่ถูกต้องไม่ได้ถึงแม้ว่าจะอ่านบทความเสร็จแล้วก็ตาม หรือแม้ว่าจะพยามยามตัดchoice แล้วสุดท้ายก็จะเหลือตัวเลือกไว้สองข้ออยู่ดี ซึ่งเราก็ต้องเสี่ยงดวง 50% ว่าเราจะตอบถูกไหม ดังนั้นวันนี้พี่ก็เลยจะมาแนะนำหลักการตัด choice ที่พี่ชอบใช้เวลาทำโจทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำโจทย์ SAT ให้ถูกต้องกับทุกคนนะครับ                 เราลองมาดูกันนะครับว่าลักษณะคำตอบที่ผิดและมักจะเป็นตัวหลอก (Distractor) ใน Reading ภาษาอังกฤษมีอะไรกันบ้าง ในการติว SAT เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ Off-topic คือ choice ที่นอกเรื่องไปเลย อยู่ดี ๆ โจทย์ก็หยิบประเด็นหรือคำอะไรไม่รู้มาเติมทำให้ประโยคหลุดประเด็นไป เช่น ในบทความพูดถึงการทำอาหาร แต่ใน choice พูดเรื่องการทำอาหาร Too broad/narrow ลักษณะ choice นี้จะผิดเพราะกว้างเกินไป หรือแคบเกินไป เช่น ในบทความพูดถึงนักชีวะวิทยา (Biologist) แต่ใน choice ใช้คำว่า Scientists ซึ่งหมายถึงนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ก็จะทำให้[...]

SAT Math : COMPLEX NUMBER

วันนี้เราจะมาดูเนื้อหาการเรียน SAT Math เรื่อง complex number หลายคนเคยสงสัยว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเอาตัวเลขติดลบมาถอด square root ของตัวเลขติดลบ เช่น  คำตอบ ก็คือ เป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเลขเหมือนกัน 2 ตัว คูณกันแล้วไม่มีทางที่จะได้จำนวนลบเลย เช่น 1 x 1 = 1 หรือ -1 x -1 = 1 อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดทางคณิตศาสตร์ถูกกำจัดทิ้งไปด้วยการสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมาด้วยการคิดสัญลักษณ์ค่าหนึ่งออกมาเพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยดังกล่าวได้ ด้วยการกำหนดว่า  =   โดย  เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่เป็นองค์ประกอบในจำนวนเชิงซ้อน (complex number) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เขียนในรูป a + b โดย a และ b คือจำนวนจริง ติว SAT Math ก่อนสอบน้องๆอย่าลืมติวกันเรื่องนี้ด้วยนะครับ จำนวนเชิงซ้อนแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่[...]

เทคนิคในการเรียน SAT ติวอย่างไรให้เรียนรู้ได้รวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้การเรียน SAT เพื่อให้การสอบของคุณผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่คุณจะสามารถเรียน SAT  เพื่อให้รู้หลักการอ่านแบบที่สามารถจดจำและประหยัดเวลาได้มากที่สุดนั้น จะต้องมีเทคนิคและองค์ประกอบหลายอย่าง  วันนี้เราได้รวมเทคนิคในการเรียน SAT  ในรูปแบบของการอ่านที่คุณสามารถนำไปใช้และเพิ่มทักษะการเรียน SAT ของคุณให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในการอ่านหนังสือเพื่อฝึกการอ่านและการเรียน SAT นั้นลองพยายามฝึกซ้อมการอ่านหนังสือให้แม่นยำกับสิ่งที่อ่านให้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้ทำให้คุณไม่กดดัน หรือเกิดความรู้สึกเครียดได้ มีหลากหลายวิธีที่จะทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกกดดันมากเกินไป มาดูกันดีกว่าว่า ทักษะการอ่านที่ควรฝึกมีอะไรบ้าง? 1.อ่านในเนื้อหาส่วนสำคัญเป็นอันดับแรก การเรียน SAT  ในส่วนของการอ่าน ก่อนอื่นจะต้องรู้หัวใจสำคัญของเนื้อเรื่องให้ได้ การจะทำให้คุณได้รู้ถึงเนื้อเรื่องของหนังสือที่อ่านนั้น คุณควรเน้นการอ่านตรงความคิดหลักหรือใจความสำคัญ  เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้คุณเสียเวลากับการอ่าน มากนัก และยังสามารถช่วยให้การเจาะจงเนื้อหาอีกทั้งยังทำให้สรุปได้ทันที ซึ่งการเรียน SAT ในส่วนของการอ่าน เพียงแค่คุณอ่านเฉพาะในส่วนของย่อหน้าตรงบทสรุป รวมทั้งอ่านประโยคกับประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า ซึ่งจะต้องตั้ง เป้าหมายในเรื่องนี้ว่าคุณต้องการอ่านเรื่องอะไร  เพื่อที่จะจับจุดที่จำเป็นในการเรียน SAT  สำหรับการตอบคำถามรายละเอียดที่ต้องการได้ 2.เน้นตอบคำถามที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ในส่วนของการเรียน SAT  ที่เป็นข้อสอบส่วนใหญ่จะเป็นการตอบคำถามเป็นข้อๆ  คุณเองก็จะต้องลองตอบคำถามที่เป็นรายละเอียดย่อย ๆ ให้ได้ ในส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องก่อน  ซึ่งอาจเลือกตอบคำถามในส่วนที่คุณสามารถตอบได้ก่อน โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องโฟกัสที่เนื้อเรื่องทั้งหมด หรือจะค่อย ๆ อ่านเนื้อเรื่องไปพร้อมกับการตอบคำถามที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คุณสามารถตอบได้ก่อน[…]

เรียน SAT ขั้นพื้นฐานให้ได้ผลต่อเนื่อง

เคล็ดลับในการเรียน SAT  ขั้นพื้นฐานที่ควรรู้ไว้ ก็เพื่อที่จะทำให้คุณได้ปรับเปลี่ยนแปลงตัวเองในการเตรียมตัวสำหรับการทำคะแนนที่ดีที่สุด   เพราะการเรียน SAT ขั้นพื้นฐานนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับใครหลาย ๆ คน นักศึกษาหรือผู้ที่เข้าทำการทดสอบส่วนใหญ่ ค่อนข้างที่จะเกิดความกังวลและไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน หรือเรียนจากที่ไหน?? ซึ่งข้อผิดพลาดในการทำข้อสอบ และเรียน SAT   คือความไม่สมเหตุสมผลของเนื้อหา และใช้เวลานานในการวิเคราะห์  ซึ่งบางหัวข้อหรือเนื้อเรื่องยังมีคำถามที่ไม่สามารถตีโจทย์ให้แตกได้ ทำให้เกิดความประมาทและไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง มาดูสิ่งที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกับการเรียน SAT  ขั้นพื้นฐานกันดีกว่า 1.ปฏิบัติตามรูปแบบพื้นฐานของการเรียน SAT กฎสำคัญที่สุดในการเรียน SAT  คือมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวสำหรับแต่ละคำถาม ซึ่งคุณควรจะจัดการนำคำตอบที่ ไม่สมเหตุสมผลออกไป   เท่ากับว่ากลยุทธ์ในขั้นตอนแรกของคุณในการทดสอบก็คือ เป็นการคัดคำตอบที่ไม่สมดุลทิ้ง หากคุณกำลังดิ้นรนกับคำถามเพื่อตีโจทย์ให้แตก ลองใช้วิธีหาเหตุผลที่จะคัดเลือกคำตอบที่ไม่ใช่ออกไป ดูสิ ศึกษาข้อมูลต่างๆเพื่อค่อย ๆ คัดคำตอบที่ไม่ใช่ออกไปอย่างละเอียด  ควรหาเหตุผลกับรูปแบบการทดสอบขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นอีกหนึ่งของบทเรียน SAT ในการวิเคราะห์คำตอบ 2.การเรียน SAT ต้องทำความเข้าใจกับข้อผิดพลาดเสมอ สิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณสามารถปรับปรุงศักยภาพการเรียน SAT ได้เป็นอย่างดี คือ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ผิดพลาดทุกครั้ง และหาคำตอบที่ถูกต้อง  การใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจกับข้อผิดพลาดแต่ละข้อที่คุณทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถวิเคราะห์กับการเรียน SAT  ขั้นพื้นฐานเพื่อให้การทำข้อสอบได้อย่างถูกต้อง  และนั่นจึงเป็นบทเรียนที่คุณจะไม่ทำมันอีกนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าปัญหาของคุณจะเป็นอย่างไร[…]

คำถามยอดฮิตที่นักเรียนSATอยากรู้

สำหรับน้องๆ นักเรียนที่เพิ่งจะจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหรือนักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย คงจะรู้จักการสอบ SAT ดีอยู่แล้วหรือสนใจเรียนติว SAT กันบ้างแล้ว สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่รู้ว่า SAT คืออะไรก็มาทำความรู้จักกันเลย SAT คืออะไร ตอบ การสอบ SAT เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ใครควรเรียน SAT หรือ สอบ SAT ตอบ เหมาะสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั้งแบบภาคปกติและแบบสอบเทียบที่ต้องการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่จะทดสอบประมาณ 1-2 ครั้งในช่วงมัธยมปลาย เพื่อให้คุ้นเคยการการทำข้อสอบSAT SAT สอบอะไรบ้าง ตอบ ข้อสอบ SAT มี 2 ประเภทคือ SAT Reasoning Test และ SAT Subject Test SAT Reasoning Test คือข้อสอบที่ใช้วัดทักษะนักเรียนที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายควรมี ประกอบไปด้วยข้อสอบ 3 ส่วน มีคะแนนเต็ม 2400[…]

ติว SAT เอง VS. เรียน SAT กับติวเตอร์ อย่างไหนดีกว่ากัน

มหาวิทยาลัยในต่างประเทศและมหาวิทยาลัยในไทยที่เป็นหลักสูตรอินเตอร์เนชั่นแนลส่วนใหญ่ต้องการผลการสอบ SAT นักเรียนที่อยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และปีที่ 5 และนักเรียนสอบเทียบ GED หรือ IGCSE จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวสอบ SAT เพื่อยื่นเป็นเอกสารประกอบการสมัครเข้าเรียน การเตรียมตัวสอบSAT สามารถอ่านหนังสือและฝึกทำข้อสอบเก่าด้วยตนเอง หรือจะไปเรียนSAT กับติวเตอร์ก็ได้ ซึ่งมีอยู่หลายสถาบันที่เปิดรับติวSATนี้ ไม่ว่าจะเรียนเองหรือเรียนกับติวเตอร์ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ข้อดีของการอ่านหนังสือด้วยตัวเอง ประหยัด ไม่ต้องเดินทาง ซึ่งคุณอาจจะใช้เวลาที่ต้องเสียในการเดินทางไปฝึกทำข้อสอบได้ไม่น้อยเลยทีเดียว มีเวลาอ่านหนังสือได้ตลอดเวลา ข้อเสียของการอ่านหนังสือด้วยตัวเอง อาจจะพลาดเทคนิคในการทำโจทย์ที่ติวเตอร์หรือครูได้มีการรวบรวมมาสอนให้กับเด็กที่มานั่งเรียนSATที่สถาบัน และอาจจะไม่สามารถบังคับตนเองให้อ่านหนังสือได้ตามตารางที่กำหนดไว้ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่บ้านอาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการอ่านหนังสือ ข้อดีของการติว SAT กับติวเตอร์ การติวSAT ช่วยแบ่งเบาภาระในการเตรียมตัวสอบ นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจในการสอบ เพราะติวเตอร์มักจะรวบรวมเทคนิคต่างๆ ในการทำข้อสอบโดยยึดแนวข้อสอบของปีที่ผ่านๆ มาให้นักเรียนฝึกทำ ทำให้นักเรียนคุ้นเคยกับโจทย์และรู้แนวข้อสอบที่จะออกในครั้งต่อไป การเรียน SAT กับสถาบัน ติวเตอร์จะช่วยวางแผนตั้งแต่การเรียนจนสอบเสร็จและยื่นคะแนน ส่วนใหญ่ติวเตอร์จะช่วยเหลือนักเรียนตั้งแต่การสมัครไปจนจบกระบวนการเพื่อลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ช่วยทบทวนวิชาที่เรียนมาตลอดทั้งปีเพราะในการเรียนกวดวิชานั้น นอกจากนี้ยังได้เรียนบทเรียนใหม่ๆ ล่วงหน้าก่อนที่โรงเรียนจะสอน ทำให้เมื่อเวลาไปเรียนที่โรงเรียนจะได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ได้เรียนล่วงหน้า ติวเตอร์ส่วนใหญ่จะมีความเป็นกันเองกับนักเรียน การเรียนSATไม่เคร่งเครียดเหมือนในห้องเรียนที่โรงเรียน ทำให้กล้าคุยกล้าซักถามปัญหาการเรียนได้ตลอด ซึ่งมีส่วนช่วยให้เด็กมีความเข้าใจเนื้อหามากขึ้น ติวเตอร์เชี่ยวชาญโจทย์ของSAT เพราะการสอนที่เน้นในเรื่องๆ เดียวทำให้สามารถเจาะลึกในประเด็นปัญหาต่างๆ ได้ดีกว่าเรียนที่โรงเรียนหรือฝึกด้วยตนเอง[…]

SAT คืออะไร มารู้จักการสอบ SAT กันดีกว่า

ในอดีตการเรียนหลักสูตรนานาชาติเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับนักเรียนไทย แต่สำหรับในช่วงไม่กี่ปีมานี้สถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติมีแทบทุกมหาวิทยาลัย และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเรียนนักศึกษารวมถึงผู้ปกครอง การที่จะเข้าเรียนได้นั้นนักเรียนต้องใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดี มีผลการสอบวัดความรู้ความสามารถจากหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล การสอบ SAT ก็เป็นหนึ่งในการวัดผลที่ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยและต่างประเทศ การสอบ SAT คืออะไร การสอบ SAT เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้SATย่อมาจาก Scholastic Aptitude Test หรือ Scholastic Assessment Test จัดโดยหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาชื่อ College Board ข้อสอบนี้จัดสอบครั้งแรกในปี ค.ศ.1926 ในขณะนั้นดำเนินการโดย Educational Testing Service แต่ในปัจจุบันหน่วยงานนี้มีหน้าที่ในการจัดสอบเท่านั้น จากนั้นก็มีการพัฒนาข้อสอบและเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง จนกระทั่งในปัจจุบันก็คือ การสอบ SAT ถูกเรียกว่า SAT Reasoning Test หรือ SAT Subject Test ข้อสอบ SAT เป็นข้อสอบที่ได้รับมาตรฐานสากลได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยจึงนิยมคัดเลือกนักเรียนโดยพิจารณาจากผลสอบ SAT ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ยื่นประกอบการสมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ในต่างประเทศและในประเทศไทย[…]

เรียน SAT พร้อมสรุปเทคนิคพิชิตข้อสอบ SAT

ปริญญาบัตรธรรมดาๆ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในยุคสมัยนี้ ทำให้นักเรียนนักศึกษาในปัจจุบันต้องขยันเพิ่มขึ้นให้มาก การได้เรียนในหลักสูตรนานาชาติก็เป็นโพรไฟล์ชั้นดีสำหรับตัวนักเรียนเองนอกจากนี้ยังนำมาซึ่งความภูมิใจของผู้ปกครองได้อีกด้วย การสอบ SAT เป็นใบเบิกทางสำคัญที่จะทำให้เข้าเรียนในหลักสูตรนานาชาติ เราจึงรวบรวบเทคนิคดีๆ เพื่อพิชิตข้อสอบ SAT มาฝากกัน ดังต่อไปนี้ จัดตารางเวลาในการเรียนSAT หรืออ่านหนังสือและแบ่งเวลาสำหรับทำกิจกรรมอื่นๆให้ดี และทำตามตารางที่จัดไว้ ประเมินตัวเองมองหาจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองในวิชาต่างๆ เพื่อจะได้ให้เน้นหนักในวิชาที่อ่อนและเสริมในส่วนที่เราทำได้ดีอยู่แล้วให้เหมาะสมกับเวลาที่มี เรียน SATพร้อมๆไปกับการตะลุยข้อสอบ SAT เก่าให้มาก ทำให้เราคุ้นเคยกับข้อสอบและรู้แนวทางในการคำตอบ ซ้อมทำโจทย์แบบจับเวลา เพื่อฝึกความเคยชินกับการทำข้อสอบในสภาวะที่กดดัน เพราะในสนามสอบจริงเมื่อเรามีเวลาที่จำกัดเราอาจจะตื่นเต้นลนลาน ไม่มีสมาธิจนทำให้เสียเวลากว่าจะปรับตัวได้ เพราะฉะนั้นการฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาช่วยสร้างความเคยชินและลดความตื่นเต้นได้ ดูแลสุขภาพพักผ่อนให้เพียงพอและกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สมองเราจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ไม่ควรหักโหมจนร่างกายเจ็บป่วยเมื่อถึงวันสอบจริง เวลาเรียน SAT หรือช่วงกำลังฝึกฝนทำข้อสอบ SAT อ่านโจทย์ให้เข้าใจครบถ้วนในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าเจอโจทย์ยาวเกินไป ให้ข้ามไปทำข้ออื่นก่อนเมื่อเวลาเหลือค่อยกลับมา ในส่วน Critical Reading ให้กวาดสายตาหาเรื่องที่เราถนัดหรือคุ้นเคยก่อน แล้วค่อยกลับมาทำส่วนที่ไม่คุ้นเคยภายหลัง ข้อสอบตัวเลือกถ้าไม่เข้าใจโจทย์และไม่สามารถตัดchoiceได้เลย ไม่ควรเดาเพราะถ้าตอบผิดจะถูกหักคะแนน 0.25 คะแนนต่อ 1 ข้อ เวลาในการสอบSAT นั้นแบ่งเป็นชุดคำถามหลายๆชุด การจัดสรรเวลาในการสอบที่ดีจะทำให้เราใช้เวลาได้คุ้มค่ามากที่สุด ในข้อสอบส่วนการเขียน Essay ไม่ควรใช้ศัพท์ยากเกินไป ถ้าเราไม่มั่นใจในคำนั้นจริงเพราะแทนที่จะช่วยให้ได้คะแนนอาจจะเป็นตัวฉุดคะแนนก็เป็นได้ ข้อสอบคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่เนื้อหาจะอยู่ในตอนม.ปลาย[…]

เรียน SAT ด้วยสุดยอดวิธีจำคำศัพท์แบบขั้นเทพ

การเรียน SAT หรือแม้แต่การสอบ SAT หรือสอบวัดระดับภาษาอังกฤษต่างๆ แน่นอนว่าข้อสอบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญของการพิชิตข้อสอบอย่างSATนั้น จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แน่ถ้าไม่ใช่ คำศัพท์ เพราะถ้าไม่รู้คำศัพท์ก็ย่อมไม่เข้าใจความหมายของเนื้อหาข้อสอบ วิธีการจดจำคำศัพท์มากมายในเวลารวดเร็วนั้นสามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความสามารถของผู้ที่มีความพยายามและมีความตั้งใจจริง เทคนิคการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ มีดังต่อไปนี้ Flash Card ท่องจำคำศัพท์ใหม่ๆ โดยใช้บัตรคำหรือ Flash Card เล็กๆ อาจจะร้อยเข้าในห่วงให้สามารถพกติดตัวไปในที่ต่างๆ ได้ เมื่อมีเวลาว่างหรือจำเป็นต้องรออะไรบางอย่างก็สามารถหยิบขึ้นมาท่องได้ตลอดเวลา Mind Map ผู้เชี่ยวชาญได้พยายามคิดค้นวิธีการที่จะทำให้คนมีความทรงจำที่ดีขึ้น สิ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ Mind Map นี่เอง ซึ่งมันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้มนุษย์จดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าการท่องจำหลายเท่า โดยเขียนเป็นรูปภาพขึ้นมา เลือกคำศัพท์ที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มเดียวกันจะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น ใช้คำศัพท์นั้นบ่อยๆ โดยอาจจะใช้การอ่านหนังสือหรือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับคำศัพท์ที่จำเป็นต้องท่อง เพื่อที่จะได้เห็นมันบ่อยๆ เมื่อจำไม่ได้ก็เปิดดู หรือใช้คำศัพท์นั้นในชีวิตประจำวัน การท่องศัพท์ครั้งแรกสมองจะจดจำในความทรงจำระยะสั้น(short memory) เมื่อเราใช้มันสมองจะจำในสมองส่วนลึกเพราะสมองจะคิดว่าข้อมูลนั้นสำคัญ หลักการก็คือ สมองจะจดจำสิ่งที่คิดว่าสำคัญเท่านั้น เพราะฉะนั้นจงใช้ ใช้ และใช้ แชร์คำศัพท์ คือการบอกต่อหรือช่วยสอนคนอื่น นักเรียนที่เก่งส่วนมากเป็นนักเรียนที่สอนคนอื่น ยิ่งสอนคนอื่นตัวเองยิ่งจำได้เพราะสมองจะยิ่งจดจำสิ่งเหล่านั้นมากขึ้นๆ เพราะสมองจะจดจำสิ่งที่มันคิดว่ามันสำคัญ เมื่อเราใช้บ่อยแชร์บ่อยแบ่งปันบ่อยสมองก็จะเข้าใจว่าสิ่งนี้สำคัญ การเรียน[…]

ความแตกต่างของการติวIGCSE และ เรียนGED และ เรียนSAT จะเลือกสอบตัวไหนดี

นักเรียนในวัยมัธยมศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย และโดยเฉพาะนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนานาชาติทั้งหลาย คงจะรู้จัก IGCSE และ GED กันเป็นอย่างดี ว่าเป็นตัวช่วยที่สามารถเลื่อนไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้เพียงสอบ IGCSE หรือ GED ก็ได้ ส่วนการสอบ SAT นั้นมีความแตกต่างกับ IGCSE และ GED เพราะ SAT ไม่ใช่วุฒิม.6 IGCSE และ GED และ SAT แตกต่างกันอย่างไร จะเลือกสอบตัวไหนหรือต้องใช้ตัวไหนเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย วันนี้จะมาลองเปรียบเทียบให้ดูกันค่ะ   เริ่มต้นอยากจะขอทบทวนก่อน ว่า IGCSE และ GED และ SAT คืออะไร IGCSE คือ การสอบเพื่อเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อนำวุฒินี้ไปยื่นเข้าศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ หรือมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยบางแห่ง และหากเป็นการสอบในโรงเรียนระบบอังกฤษจะเป็นการสอบเพื่อที่จะเข้าศึกษาในระดับ A Level และ As Level ใน Year 12 และ Year[…]

ติวSATอย่างไรดี ฝึกทำข้อสอบ SAT เรียนSATที่ไหนดี

เรียน SAT ที่ไหนดี เป็นคำถามยอดฮิตมากในหมู่นักเรียนที่ต้องการเรียน SAT ให้มีประสิทธิภาพเพื่อคะแนนที่สูง เพราะนักเรียนเหล่านี้มีจุดเป้าหมายที่แน่ชัด ว่าตนอยากจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ หรือคณะในฝัน ดังนั้นผู้เขียนเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะเรียน SAT แล้วไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ ในประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพนั้น มีสถาบันที่เปิดสอน SAT มากมายซึ่งหลายๆคนที่เข้ามาอ่านตรงนี้คงกำลังหาที่เรียนกันอยู่ มีปัจจัยหลายอย่างที่น้องๆควรจะพิจารณาก่อนเลือกเรียน SAT นะคะ ตัวอย่างเช่น ครูผู้สอนมีศักยภาพมากน้อยเพียงใด เชี่ยวชาญหรือเปล่า มีเทคนิคอะไรแนะนำมั้ย การเรียนการสอนของสถาบันนั้นๆ อัพเดทข้อมูลเป็นประจำหรือเปล่า มีแนวข้อสอบที่ใกล้เคียงมั้ย ผู้เรียนเดินทางไปเรียนสะดวกหรือไม่ ราคาสมเหตุสมผลหรือเปล่า กลุ่มใหญ่เกินไปมั้ย เพราะหากกลุ่มใหญ่เกินไปจะทำให้การสอนนั้นไม่ทั่วถึง วันนี้จึงอยากขอแนะนำสถาบันติวSATให้ได้รู้จักคือ The Planner Education อาจารย์ที่ The Planner Education เชี่ยวชาญทุกรูปแบบคำถามของ SAT มีเทคนิคในการวิเคราะห์โจทย์และคำถามให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ สามารถแนะแนวข้อสอบ และมีการอัพเดท ติดตามข้อมูลการสอบ SAT อยู่เสมอ การสอนเป็นการสอนแบบกลุ่มเล็กๆ สอนสด The Planner Education ยังช่วยวางแผนตั้งแต่การเรียนจนสอบเสร็จและยื่นคะแนน ทำให้ The Planner Education[…]