
น้อง ๆ หลายคนคงเกิดคำถามว่าหาก “สอบ GED เพื่อจบ ม.6 ผ่านแล้วต้องทำอะไรต่อ” บทความนี้รวบรวมคำตอบอัปเดตปี 2026 พร้อมเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องรีบทำหลังสอบ GED
จริง ๆ แล้ววุฒิ GED สามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำหลังจากเรียนจบ ม.6 ด้วยวุฒิ GED ก่อนที่จะสมัครเรียนมหาวิทยาลัย ก็จะมีทั้งการขอเทียบวุฒิ การเตรียมคะแนนภาษาอังกฤษ หรือคะแนนสอบมาตรฐานอื่น ๆ
บทความนี้จะพาน้อง ๆ มาดู ขั้นตอนหลังสอบ GED ที่ต้องทำในปี 2026 พร้อมเช็กลิสต์ครบ เพื่อให้สามารถใช้ GED ยื่นมหาวิทยาลัยได้อย่างถูกต้อง
GED คืออะไร และใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ไหม
GED (General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถใช้แทนวุฒิ ม.6 ได้ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เมื่อสอบผ่านครบทั้ง 4 วิชา น้อง ๆ จะได้รับ
- GED Diploma (ใบประกาศนียบัตร):
คือเอกสารที่ออกให้เพื่อยืนยันว่าผู้สอบสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High School Equivalency Diploma) เปรียบเสมือนใบจบ ม.6
- GED Transcript (ใบแสดงผลคะแนน):
คือเอกสารรายงานผลคะแนนสอบทั้ง 4 วิชา ซึ่งแสดงว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (คะแนนขั้นต่ำวิชาละ 145 คะแนน จาก 200 คะแนน) โดยคะแนนนี้จะไม่มีวันหมดอายุ
ซึ่งเอกสารเหล่านี้สามารถใช้สมัครมหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก รวมถึง มหาวิทยาลัยอินเตอร์ในไทย เช่น หลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
หลังสอบ GED ต้องทำอะไรต่อ? เช็กลิสต์ปี 2026
เมื่อสอบ GED ผ่านครบทั้ง 4 วิชาแล้ว หลายคนอาจคิดว่าจบขั้นตอนแล้วและสามารถสมัครมหาวิทยาลัยได้ทันที แต่ในความจริงยังมีขั้นตอนสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องทำก่อนใช้ GED ยื่นมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ต้องการสมัครมหาวิทยาลัยอินเตอร์ในไทย หรือเรียนต่อในต่างประเทศ การเตรียมเอกสารและคะแนนเพิ่มเติมถือเป็นขั้นตอนสำคัญ
เช็กลิสต์หลังสอบ GED ที่ควรทำในปี 2026
1. ตรวจสอบคะแนน GED และดาวน์โหลด Transcript
หลังจากสอบผ่าน GED แล้ว ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือ ตรวจสอบคะแนนสอบและดาวน์โหลดเอกสารผลสอบ น้อง ๆ สามารถเข้าไปที่ระบบของ GED Testing Service เพื่อดูคะแนนสอบของแต่ละวิชา
โดยเอกสารที่ควรเตรียมเก็บไว้ ได้แก่
- GED Diploma ( ใบประกาศนียบัตร)
- GED Transcript (ใบแสดงผลคะแนน)
ซึ่งเอกสารทั้งสองอย่างนี้เป็น หลักฐานสำคัญสำหรับการสมัครมหาวิทยาลัย หลายมหาวิทยาลัยอาจขอ Official Transcript ซึ่งต้องส่งตรงจากระบบ GED ไปยังมหาวิทยาลัย ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ชื่อภาษาอังกฤษสะกดถูกต้อง วันเดือนปีเกิดถูกต้อง คะแนนครบทั้ง 4 วิชา หากพบข้อมูลผิดพลาด ควรรีบติดต่อ GED Testing Service เพื่อแก้ไขทันที แต่หากน้อง ๆ ติว GED ที่ The Planner Education ทางสถาบันจะมีพี่ ๆ Educational Planner ดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนน้อง ๆ สอบติดมหาวิทยาลัย
2. วางแผนเส้นทางการเรียนต่อ
หลังสอบ GED ผ่าน สิ่งที่ควรทำต่อไปคือ กำหนดเป้าหมายการเรียนต่อ เพราะเส้นทางของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน เช่น เรียนต่อมหาวิทยาลัยอินเตอร์ในไทยหรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ นอกจากคะแนน GED ที่น้อง ๆ ต้องมีแล้ว ยังต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS / TOEFL) และบางคณะต้องใช้ SAT
📌 ซึ่งหากน้อง ๆ อยากได้ที่ปรึกษาในการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย และวางแผนในการสอบ GED เพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ สามารถทักหาพี่ ๆ Educational Planner ได้เลยทางสถาบัน The Planner Education พร้อมดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสอบติด โทร 095-726-2666 หรือ LINE: @theplanner
สนใจรับสิทธิ์ติว GED มีการันตี หากสอบไม่ผ่าน กลับมาติว GED ได้อีกครั้ง ฟรี! จนกว่าจะผ่าน ติดต่อได้ที่
3. ขอเทียบวุฒิ GED เป็น ม.6
สำหรับนักเรียนที่ต้องการ ใช้ GED ยื่นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จำเป็นต้องทำการเทียบวุฒิการศึกษา ผ่านเว็บไซต์ https://hsces.atc.chula.ac.th เพราะ GED เป็นวุฒิจากต่างประเทศ จึงต้องมีเอกสารยืนยันว่าเทียบเท่ากับ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)
โดยทั่วไปจะต้องขอ
- ใบเทียบวุฒิการศึกษา
- ใบเทียบค่า GPAX
เอกสารเหล่านี้จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้คะแนน GED พิจารณาการสมัครได้ ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะหลายมหาวิทยาลัย ไม่รับสมัครหากไม่มีใบเทียบวุฒิ ดังนั้นควรดำเนินการทันทีหลังสอบ GED ผ่าน เพราะจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 1-7 วันในการยื่นขอเอกสารนั่นเอง
ขั้นตอนการเทียบวุฒิ GED เป็น วุฒิม.6 แบบ Step-by-Step
Step 1 สมัครใช้งานระบบเทียบวุฒิ HSCES
เริ่มต้นด้วยการเข้าไปสมัครสมาชิกในระบบ High School Certificate Equivalency System (HSCES) https://hsces.atc.chula.ac.th โดยจะต้อง
ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ในระบบ และกรอกข้อมูลส่วนตัว อัปโหลดเอกสารประกอบ
หลังจากสมัครเสร็จ น้อง ๆ จะสามารถยื่นคำร้อง ขอเทียบวุฒิการศึกษาออนไลน์ได้ทันที
ข้อดีของระบบนี้คือสามารถยื่นคำร้องออนไลน์ ตรวจสอบสถานะเอกสาร และดาวน์โหลดใบรับรอง ทั้งหมดได้ผ่านระบบเดียว
Step 2 เตรียมเอกสารสำหรับเทียบวุฒิ GED
ก่อนยื่นคำร้อง น้อง ๆ ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพราะหากเอกสารไม่ครบอาจทำให้การพิจารณาล่าช้า เอกสารที่ต้องใช้โดยทั่วไป ได้แก่
- เอกสารเกี่ยวกับการศึกษา
- GED Diploma ( ใบประกาศนียบัตร)
- GED Transcript (ใบแสดงผลคะแนน)
- เอกสารส่วนตัว
- สำเนาบัตรประชาชน หรือ Passport
- รูปถ่ายตามที่ระบบกำหนด
- ในบางกรณีอาจต้องมี เอกสารรับรองจาก GED Testing Service
- เอกสารแปลภาษา (ถ้ามี)
**การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้ขั้นตอนการพิจารณาเร็วขึ้น
Step 3 ยื่นคำร้องเทียบวุฒิในระบบ
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้
- Login เข้าระบบ HSCES https://hsces.atc.chula.ac.th
- เลือกเมนู ขอเทียบวุฒิการศึกษา
- อัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการยื่นให้ถูกต้อง
- ข้อมูลที่ต้องกรอก เช่น ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) วันเดือนปีเกิด ประเทศที่ออกวุฒิการศึกษา รายละเอียด GED Transcript ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะหากข้อมูลผิดอาจต้องยื่นใหม่
Step 4 ชำระค่าธรรมเนียมการเทียบวุฒิ
หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นวุฒิ GED
Step 5 รอการตรวจสอบและพิจารณา
หลังจากส่งเอกสารและชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และตรวจสอบคะแนน GED ซึ่งระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปประมาณ 1–7 วันทำการ หากเอกสารครบและถูกต้องกระบวนการจะเสร็จเร็ว
Step 6 ดาวน์โหลดใบเทียบวุฒิ ม.6
เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว นักเรียนจะได้รับ ใบรับรองเทียบวุฒิ ม.6 และใบเทียบค่า GPAX โดยเอกสารนี้สามารถนำไปใช้สำหรับสมัครมหาวิทยาลัยในไทย เพื่อยื่น TCAS หรือสมัครมหาลัยอินเตอร์ ใช้เป็นหลักฐานวุฒิการศึกษา
**แนะนำให้ดาวน์โหลดและเก็บไฟล์ไว้หลาย ๆ ชุด
เกณฑ์คะแนน GED สำหรับการเทียบวุฒิ
โดยทั่วไปผู้ที่ต้องการเทียบวุฒิ ม.6 จะต้องมีคะแนน GED อย่างน้อย 145 คะแนนต่อวิชา และคะแนนรวมตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเมื่อสอบครบ 4 วิชาและผ่านเกณฑ์ดังกล่าว จะได้รับวุฒิ GED ซึ่งสามารถนำไปใช้สมัครเรียนต่อได้
📌 สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมสอบ GED หรืออยากได้วุฒิ ม.6 ภายใน 1 เดือน การสอบ GED ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ หากต้องการคำแนะนำหรือวางแผนการสอบ สามารถทักมาปรึกษาพี่ ๆ Educational Planner จากสถาบัน The Planner Education ได้เลย เราพร้อมดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนสอบติด โทร 095-726-2666 หรือ LINE: @theplanner
สนใจรับสิทธิ์ติว GED มีการันตี หากสอบไม่ผ่าน กลับมาติว GED ได้อีกครั้ง ฟรี! จนกว่าจะผ่าน ติดต่อได้ที่
การสอบเทียบวุฒิ GED แล้ว ใช้ทำอะไรได้บ้าง
หลังจากที่น้อง ๆ ดำเนินการ เทียบวุฒิ GED เป็น ม.6 เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าวุฒิการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง และสามารถเปิดโอกาสทางการศึกษาได้มากแค่ไหน ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อมี ใบรับรองเทียบวุฒิ ม.6 หรือวุฒิ GED จากระบบเทียบวุฒิอย่างเป็นทางการ นักเรียนจะสามารถนำวุฒิไปใช้ต่อยอดได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในไทย สมัครเรียนหลักสูตรนานาชาติ หรือแม้แต่การศึกษาต่อในต่างประเทศ
ต่อไปนี้คือ ตัวอย่างการนำวุฒิ GED ที่เทียบเท่า ม.6 แล้วไปใช้งาน
1. ใช้ GED ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
หนึ่งในจุดประสงค์หลักของการสอบ GED คือการนำวุฒิไปใช้ สมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรี
เมื่อผ่านการเทียบวุฒิแล้ว นักเรียนสามารถใช้ วุฒิ GED ยื่นมหาวิทยาลัยในไทย ได้ โดยเฉพาะในหลักสูตร เช่น
- หลักสูตรนานาชาติ (International Program)
- หลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยรัฐ
- มหาวิทยาลัยเอกชน
อย่างไรก็ตาม แต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น
- คะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS / TOEFL)
- คะแนนสอบมาตรฐาน เช่น SAT
- Portfolio หรือการสัมภาษณ์
ดังนั้นแม้จะมีวุฒิ GED แล้ว น้อง ๆ ควรตรวจสอบเกณฑ์การสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย ก่อนยื่นสมัคร
2. ใช้สมัครมหาลัยอินเตอร์ในไทย
น้อง ๆ หลายคนเลือกเส้นทางมหาวิทยาลัยอินเตอร์ หลังสอบ GED เพราะระบบการรับสมัครมีความยืดหยุ่นมากกว่าหลักสูตรปกติ
ตัวอย่างคณะหรือสาขาที่เปิดรับผู้สมัครที่มีวุฒิ GED เช่น
- Business Administration
- International Relations
Engineering (International Program) - Communication Arts
- Digital Media
มหาวิทยาลัยอินเตอร์มักพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
- วุฒิ GED
- คะแนน IELTS หรือ TOEFL
- คะแนน SAT (บางคณะ)
- Portfolio หรือกิจกรรม
3. ใช้สมัครเรียนมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
วุฒิ GED เป็นวุฒิที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อังกฤษ ฯลฯ น้อง ๆ ที่ต้องการเรียนต่อต่างประเทศสามารถใช้ GED Diploma และ Transcript ในการสมัครมหาวิทยาลัยได้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- คะแนน IELTS / TOEFL
- Personal Statement
- Recommendation Letter
- Portfolio (บางสาขา)
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน
ขั้นตอนการเทียบวุฒิ GED เป็น ม.6 สำหรับนักเรียนที่สอบ GED ผ่านแล้ว ขั้นตอนสำคัญมีดังนี้
1️⃣ สมัครระบบ HSCES
2️⃣ เตรียมเอกสาร GED และเอกสารส่วนตัว
3️⃣ ยื่นคำร้องเทียบวุฒิออนไลน์
4️⃣ ชำระค่าธรรมเนียม
5️⃣ รอการตรวจสอบเอกสาร
6️⃣ ดาวน์โหลดใบเทียบวุฒิ ม.6
เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว นักเรียนก็สามารถใช้ GED ยื่นมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง และหากน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อสอบ GED และกำลังมองหาที่ติว GED ที่ไหนดี สามารถปรึกษาพี่ ๆ Educational Planner ก่อนได้เลย โทร 095-726-2666 หรือ LINE: @theplanner
สนใจรับสิทธิ์ติว GED มีการันตี หากสอบไม่ผ่าน กลับมาติว GED ได้อีกครั้ง ฟรี! จนกว่าจะผ่าน ติดต่อได้ที่
✏️ คอร์สเรียนสด GED (On-site) ที่สถาบัน The Planner สำหรับน้องที่ชอบการเรียนแบบเจอคุณครู และได้ฝึกพูด-เขียนจริงแบบใกล้ชิดกับติวเตอร์
💻 คอร์สออนไลน์ GED (Live Online) เรียนสดจากที่บ้าน ได้ฟีดแบคทันที เหมือนอยู่ในห้องเรียน ปรึกษา Educational Planner
📱 คอร์ส vdoGO (เรียนผ่านวิดีโอ) สำหรับน้องที่ต้องการความยืดหยุ่น อยากเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ทบทวนได้ไม่จำกัดครั้ง
ดูคอร์สอื่น ๆ
GED | IGCSE | A-LEVEL | SAT | IELTS | ACT | TOEFL-MUIC/MUIDS | CU-TEP | CU-AAT | CU-ATS | TU-GET | IB | AP | Academic Writing



