
“สอบผ่าน GED ครบ 4 วิชา ได้วุฒิมาแล้ว!” Congratulations! กับน้อง ๆ ทุกคนที่สอบผ่าน นาทีที่หน้าจอขึ้นตัวเลขเกิน 145 คะแนน เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนคงรู้สึกโล่งมาก ๆ เพราะการได้วุฒิ GED นั้นหมายถึงโอกาสในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่เร็วขึ้นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทีนี้ล่ะ ได้วุฒิ GED แล้ว “ต้องทำยังไงต่อ?”
แน่นอนว่าในการเข้า มหา’ลัยอินเตอร์ การมีแค่ใบเทียบวุฒิ GED ไม่เพียงพอในการยื่นเข้าคณะ
คำถามสำคัญคือ หลังสอบ GED จบแล้ว ต้องไปทางไหนต่อ? ต้องสอบ IELTS ไหม? หรือต้องปั่นคะแนน SAT ให้ได้เยอะ ๆ บทความนี้จะกาง Roadmap ให้ดูแบบชัด ๆ ว่าการใช้ GED ยื่นมหาลัย ให้ติดชัวร์ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย!
1. GED ยื่นมหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง อัปเดตปี 2026
ในปี 2026 คณะภาคอินเตอร์ในไทยส่วนใหญ่ยังคงเปิดรับวุฒิ GED ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TI), มหิดลอินเตอร์ (MUIC), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU) รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
สิ่งที่ต้องเช็กเพิ่มคือ คะแนนขั้นต่ำ ซึ่งหลายคณะต้องการคะแนน GED รวมที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้นใครที่เพิ่งเริ่มติว GED ควรศึกษาเกณฑ์การรับสมัครก่อน น้อง ๆ ที่สนใจเรียน GED สามารถปรึกษา Education Planner เพื่อวางแผนการเรียนได้ที่ Line: @theplanner หรือคลิกที่นี่
2. หลังสอบ GED ผ่านแล้วต้องเตรียมตัวสอบอะไรต่อ?
หลังจากที่น้อง ๆ ได้ผ่านขั้นตอนการสอบเทียบวุฒิ GED มาแล้ว ดูขั้นตอนการเทียบวุฒิ GED ฉบับอัปเดตปี 2026 คลิกที่นี่ สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ การเตรียมตัวสอบข้อสอบอื่น ๆ ที่คณะอินเตอร์ระบุไว้เป็นเกณฑ์การรับสมัคร ซึ่งมีคะแนนสอบอีก 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
2.1 การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (English Proficiency)
การสอบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือสอบ IELTS เพราะเป็นข้อสอบมาตรฐานสากล โดยทั่วไปน้อง ๆ ควรทำคะแนนให้ได้ Band 6.0 ขึ้นไปสำหรับคณะสายศิลป์ หรือ 6.5 – 7.0+ สำหรับคณะที่มีการแข่งขันสูง อย่างไรก็ตามบางคณะรับคะแนน Duolingo English Test (DET) หรือ TOEFL iBT ด้วยเช่นกัน น้อง ๆ สามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของคณะ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย หรือเว็บไซต์ TCAS คลิก > https://www.mytcas.com
2.2 การสอบวัดทักษะวิชาการ (Aptitude Test)
การสอบ SAT จำเป็นสำหรับคณะสาย Business, Economics หรือ Engineering โดยเน้นการวิเคราะห์ Reading & Writing และ Math ซึ่งควรเตรียมคะแนน SAT 1,200 – 1,300+ ขึ้นไป ทั้งนี้ควรดูเกณฑ์การรับสมัครและสถิติคะแนนย้อนหลังของแต่ละคณะประกอบด้วย
3. เจาะ Roadmap เรียงลำดับการเรียน หลังเรียน GED แล้วเลือกเรียนอะไรต่อดี?
หลังจากที่น้อง ๆ เช็กเกณฑ์การรับสมัครและได้รับวุฒิ GED เรียบร้อยแล้ว สิ่งถัดไปก็คือวางแผนการเรียนต่อว่าจะเรียนหรือสอบอะไรก่อน ซึ่งการวางลำดับการเรียนที่ดี ทำให้น้อง ๆ ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวสอบและเรียนได้ประสิทธิภาพมากขึ้น
The Planner Education แนะนำ 2 เส้นทางพาน้อง ๆ ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยไปด้วยกัน
Plan A: สอบ IELTS ก่อน แล้วค่อยตามด้วย SAT
ทำไมถึงแนะนำให้สอบ IELTS หลัง GED? เพราะหากน้อง ๆ เรียน IELTS จะสามารถนำพื้นฐานคำศัพท์ ไวยากรณ์ หรือแม้แต่การอ่านบทความภาษาอังกฤษ ต่อยอดไปเรียน SAT ที่มีทั้งวิชา Math และ Reading & Writing ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดได้ง่ายขึ้น ทำให้น้อง ๆ ได้โฟกัสเทคนิคการทำโจทย์ได้เต็มที่
แต่ถ้าหากน้อง ๆ มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีอยู่แล้ว การเลือกสอบ SAT หลัง GED เป็นอีกเส้นทางที่ช่วยยกระดับสกิลแบบก้าวกระโดด ได้ผ่านข้อสอบที่ท้าทายได้เร็วกว่า แล้วไปเก็บข้อสอบที่วัดความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่าง IELTS ต่อ หรือเป็นทางเลือกให้กับน้อง ๆ ที่ต้องการสอบ SAT ในรอบสอบที่จำกัด เช็กตารางวันสอบ SAT คลิก > https://www.collegeboard.org
Plan B: เรียน IELTS, SAT พร้อมกัน
หากน้อง ๆ อยากติดสปีดรีบเรียนเพื่อให้ทันยื่นเข้ามหาวิทยาลัย การเลือกเรียนพร้อมกันอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องจัดเวลาสำหรับการเรียนให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากทั้ง 2 ข้อสอบนี้ต่างกัน โดย IELTS จะเน้นทักษะภาษาอังกฤษที่สำคัญ 4 ทักษะ และ SAT เน้นความสามารถทางวิชาการ การวิเคราะห์และตีความ
The Planner Education แนะนำให้น้อง ๆ แบ่งเวลาให้ชัดเจน เช่น เลือกเรียน IELTS วันเสาร์-อาทิตย์ และเรียน SAT วันจันทร์-ศุกร์ เป็นต้น ทั้งนี้น้อง ๆ สามารถสอบถามตารางติว/วางแผนการเรียนกับ Education Planner ได้ฟรี! แอดไลน์ Line: @theplanner หรือคลิกที่นี่
4. สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนใช้ GED 2026 ยื่นสมัคร
ก่อนที่จะยื่นคะแนนในปี 2026 นี้ เช็กสิ่งที่สำคัญก่อน ได้แก่
- เช็กเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละคณะ เนื่องจากเกณฑ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี บางคณะอาจมีการยกเลิกการรับวุฒิ GED หรือบางคณะเพิ่มการรับวุฒิ GED เป็นต้น
- เช็กคะแนนขั้นต่ำที่กำหนด ในบางคณะอาจมีกำหนดคะแนนขั้นต่ำของ GED ในแต่ละรายวิชา อย่างเช่นสายแพทย์ ทำให้น้อง ๆ อาจต้องเช็กหรือเทียบสถิติย้อนหลังก่อน
การได้รับวุฒิ GED คือก้าวแรกที่ทำให้ช่วยประหยัดเวลาไปได้ถึง 2-3 ปี ซึ่งในการยื่นเข้า มหาลัยอินเตอร์ วัดความพร้อมรอบด้าน จึงต้องวางแผนหลังสอบ GED อย่างเป็นระบบ เลือกสอบ IELTS และ SAT ในจังหวะที่เหมาะสม และอัปเดตข้อมูลเกณฑ์การรับสมัครอย่างใกล้ชิด วางแผนการเรียนให้พร้อมยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัยกับ Education Planner ฟรี! แอดไลน์ Line: @theplanner หรือคลิกที่นี่
✏️ คอร์สเรียนสด SAT (On-site) ที่สถาบัน The Planner สำหรับน้องที่ชอบการเรียนแบบเจอคุณครู และได้ฝึกพูด-เขียนจริงแบบใกล้ชิดกับติวเตอร์
💻 คอร์สออนไลน์ GED (Live Online) เรียนสดจากที่บ้าน ได้ฟีดแบคทันที เหมือนอยู่ในห้องเรียน ปรึกษา Educational Planner
📱 คอร์ส vdoGO (เรียนผ่านวิดีโอ) สำหรับน้องที่ต้องการความยืดหยุ่น อยากเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ทบทวนได้ไม่จำกัดครั้ง




