Quick Overview: รีวิวติว Pre-GED และติว GED ยื่น ABAC
- “น้องกัน” อายุ 16 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)
- เดิมน้องกันเรียนอยู่ใน โรงเรียนสองภาษา ก่อนตัดสินใจเลือกสอบ GED เพื่อใช้เป็นวุฒิในการเข้ามหาวิทยาลัย
- เริ่มจากการ ปูพื้นฐาน Pre-GED และติว GED ที่ The Planner Education ก่อนลงสนามสอบจริง
- น้องกัน สอบผ่าน GED ครบทั้ง 4 วิชาตั้งแต่ครั้งแรก ทำคะแนนรวมได้ 650 คะแนน
- หลังจากนั้นใช้ คะแนน GED ควบคู่กับ IELTS ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย และสามารถเข้าเรียนที่ ABAC ได้สำเร็จ
ทำไมถึงเลือกเรียน GED
รู้จัก GED และ The Planner Education ได้ยังไง?
คุณพ่อเป็นคนแนะนำครับ คุณพ่อไปเจอ The Planner ทางอินเทอร์เน็ตตอนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ GED อยู่พอดี ซึ่งช่วงนั้นน้องกันเพิ่งบอกพ่อแม่ไปว่าเรียนต่อ ม.ปลายแบบเดิมไม่ไหวแล้ว
Q: ทำไมถึงเลือกเรียน GED
น้องกันเล่าว่าตอนอยู่โรงเรียนเดิมเป็นโรงเรียนสองภาษา ต้องเรียนหลายวิชาต่อเทอม ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าเรียนไม่ไหว พอมารู้ว่า GED สอบแค่ 4 วิชา ถ้าสอบผ่านทั้งหมดจะได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 เลย จึงมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
คอร์สติว Pre-GED vs GED ต่างกันยังไง
Q: Pre-GED กับ GED ตัวจริงต่างกันตรงไหน?
น้องกันอธิบายว่าคอร์สติว Pre-GED เลือกเรียนแบบออนไลน์ คุณครูจะสอนแบบปูพื้นฐานกว้าง ๆ ในแต่ละวิชา ส่วนคอร์สติว GED ที่มาเรียนแบบ Onsite คุณครูจะเจาะลึกเนื้อหา มีเทคนิคให้พร้อมไปสอบได้มากขึ้น
Q: เรียน Pre-GED ก่อนมีข้อดียังไง?
ข้อดีคือทำให้เข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะคุณครูจะช่วยแปลโจทย์ แปลคำศัพท์ให้ และได้มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแต่ละวิชาของ GED ก่อน ตอนนั้นน้องกันให้คะแนนพื้นฐานภาษาอังกฤษตัวเองอยู่ที่ประมาณ 7 จากคะแนนเต็ม 10 เพราะยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง Verb หรือไวยากรณ์มากนัก คุณครูก็ช่วยเสริมพื้นฐานตรงนี้ให้แน่นขึ้น
บรรยากาศการเรียน On-site และ Online ที่ The Planner
เรียน Pre-GED Online กดดันไหม?
ช่วงแรกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะไม่เคยเรียนแบบนี้มาก่อน แต่พอเรียนไปสักพักก็หายกังวล บรรยากาศโดยรวมโอเค สบาย ครูสอนสนุกด้วย และเปิดกว้างให้ถามได้ตลอด
พอมาเรียน GED Onsite บรรยากาศต่างจาก Online ยังไง?
ข้อต่างที่ชัดคือได้เจอเพื่อน ๆ นั่งข้างกันจริง ๆ ช่วงแรกยังไม่ค่อยได้คุยกัน แต่พอเรียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มคุยกันมากขึ้น ทั้งเรื่องมหาวิทยาลัยและเนื้อหาใน GED ครูก็สอนสนุกและเข้าใจง่าย ไม่กดดันเลย ส่วนพี่ ๆ แอดมินก็ใจดีมากเช่นกัน
หาที่ติว GED ที่ไหนดี ให้พี่แพลนเนอร์ ช่วยประเมินพื้นฐาน
และวางแผนการเรียนให้เหมาะกับเป้าหมายของน้อง ๆ ปรึกษาเลย
เทคนิคติวแต่ละวิชา และคะแนนสอบจริง
Q: วิชาไหนยากที่สุด มีเทคนิครับมือยังไง?
วิชาที่ยากที่สุดสำหรับน้องกันคือ Social Studies เพราะต้องอ่านบทความเยอะและต้องคิดวิเคราะห์ด้วย ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดคือ Science เพราะแนวคำถามและเนื้อหาเข้าใจง่ายกว่า เทคนิคที่ใช้คือฝึกอ่านให้ไวขึ้น ฝึกสกิม (Skimming) เนื้อหา คิดวิเคราะห์นิดหน่อยแล้วดูที่คำตอบ เพราะข้อสอบ GED คำตอบมักอยู่ในโจทย์อยู่แล้ว เน้นคิดวิเคราะห์มากกว่าเน้นจำ
Q: วิชา Math ทำคะแนนได้สูง เตรียมตัวยังไง?
คุณครูที่ติวให้ฝึกทำโจทย์เยอะมาก และนำข้อสอบที่ใกล้เคียงกับของจริงที่สุดมาให้ฝึก พอไปสอบจริงก็เจอโจทย์คล้าย ๆ กับที่ฝึกมา สุดท้ายสอบครั้งเดียวผ่านเลย
Q: คะแนนสอบ GED จริงได้เท่าไหร่?
คะแนนรวมทั้ง 4 วิชาได้ 650 คะแนน แบ่งเป็น Social Studies 155, Language Arts (RLA) 154, Science 165 และ Math 176
Q: ถ้าสอบไม่ผ่านวิชาไหนทำยังไง?
ที่ The Planner มีการันตีเรียนซ้ำ สอบวิชาไหนไม่ผ่านก็สามารถกลับมาเรียนซ้ำได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
วันสอบจริงเป็นยังไงบ้าง
Q: วันไปสอบจริงรู้สึกยังไง?
น้องกันบอกว่าค่อนข้างกดดันนิดหน่อย เพราะไม่เคยสอบ GED มาก่อน แต่พยายามทำใจเย็น ๆ โฟกัสไปที่ตัวข้อสอบ และพยายามจำสิ่งที่คุณครูสอนมา ตอนสอบไม่ได้เจอเพื่อนที่เรียนด้วยกัน คนรอบข้างเป็นคนที่ไม่รู้จักทั้งหมด
Q: มีบทเรียนไหนที่ยังจำได้แม่นจนถึงตอนนี้?
วิชา Social Studies ที่คุณครูสอนเรื่อง Electoral College ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นระบบที่ใช้นับคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีแบบรายรัฐ น้องกันบอกว่ายังจำเนื้อหาส่วนนี้ได้ดีอยู่เลย
ใช้คะแนนอะไรยื่นเข้ามหาวิทยาลัย
Q: สมัครมหาวิทยาลัยไหนบ้าง และใช้คะแนนอะไรยื่น?
น้องกันใช้คะแนน GED คู่กับคะแนน IELTS ยื่นสมัครทั้งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และคณะ ICIC ที่ Mahidol University International College (MUIC) ซึ่งปีแรกจะเรียนพื้นฐานรวมก่อนยังไม่แยกสาขา ต้องรอปี 2 ถึงจะเลือกสาขาได้ สาขาที่น้องกันสนใจตอนนั้นคือ EIB (English for International Business) เพราะชอบภาษาอังกฤษและอยากเรียนภาษาอังกฤษควบคู่กับธุรกิจ
Q: ทำไมสุดท้ายเลือกเรียน ABAC?
น้องกันบอกว่า MUIC มีชื่อเสียงด้านวิชาการดี เป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่ถ้าเรียนที่ MUIC จะเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ในขณะที่หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญชื่อ AU SIMBA (Smart Integration in Management and Business and Analytics) ซึ่งสอนเกี่ยวกับทฤษฎีธุรกิจ เป็นหลักสูตรปริญญาตรี 3 ปี บวกปริญญาโทอีก 1 ปี จึงเลือกเรียนที่ ABAC
Q: ตอนนี้เรียนไปถึงไหนแล้ว มีแผนอนาคตยังไง?
ตอนให้สัมภาษณ์เรียนที่ ABAC ไปแล้ว 1 เทอม เหลืออีกประมาณ 2 ปีครึ่ง หลักสูตรนี้มีดับเบิ้ลดีกรีด้วย ซึ่งน้องกันวางแผนจะไปเรียนตอนปี 3 ที่ University of Northampton ประเทศอังกฤษ ถ้าเป็นไปตามแผน ตอนอายุ 19 จะได้วุฒิปริญญาตรี 2 ใบพร้อมกันทั้งจากอัสสัมชัญและอังกฤษ ซึ่งน้องกันมองว่าคุ้มค่าเวลาดี เหมือนกับตอนที่ตัดสินใจสอบ GED
Q: กระบวนการยื่นเข้า ABAC ยากไหม?
ไม่ยาก แค่ยื่นคะแนน GED กับคะแนน IELTS เท่านั้น ส่วนตอนสมัคร MUIC คณะ ICIC กระบวนการคล้าย ๆ กับตอนสมัคร ABAC แต่เพราะคะแนน GED เกิน 600 และ IELTS เกิน 6.0 จึงได้อยู่ในกลุ่ม Fast Track ของ MUIC ทำให้แค่ต้องผ่านขั้นตอนสอบสัมภาษณ์เท่านั้น ตอนนั้นรู้สึกเกรงกลัวนิดหน่อยเพราะคิดว่าคณะนี้ค่อนข้างยากพอสมควร
อยากเข้า ABAC ต้องได้คะแนนเท่าไหร่
Q: ถ้ายังอยู่ ม.ปลาย อยากเข้า ABAC ต้องทำคะแนนเท่าไหร่?
น้องกันแนะนำว่าให้สอบ GED ให้ได้คะแนนรวมตั้งแต่ 580 ขึ้นไป โดยแต่ละวิชาต้องได้อย่างน้อย 150 คะแนนเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ถ้ามีคะแนน IELTS สอบเพิ่มด้วยก็จะยิ่งดี ส่วนถ้าอยากเข้ากลุ่ม Fast Track ของคณะ ICIC ที่ MUIC แนะนำให้ทำคะแนน GED ให้ได้ 600 ขึ้นไป และ IELTS 6.0 ขึ้นไป และแนะนำให้มาติวที่ The Planner เพราะที่นี่ติวทั้ง GED, IELTS และข้อสอบอื่น ๆ อีกหลายตัว
เรียนกับ The Planner เจอปัญหาอะไรบ้าง
Q: ระหว่างเรียนเจอปัญหาอะไรไหม?
น้องกันบอกว่าไม่ค่อยเจอปัญหาอะไร เพราะถ้ามีปัญหาพี่แอดมินและครูก็พร้อมช่วยเหลือเสมอ
Q: ตอนสมัครสอบ GED ลงทะเบียนเองหรือแอดมินช่วย?
พี่แอดมินช่วยสร้างบัญชีที่ใช้สอบ GED ให้ทั้งหมด ซึ่งน้องกันบอกว่าต้องขอบคุณตรงนี้มาก ๆ ทำให้สะดวกขึ้น
Q: ตอนสมัครมหาวิทยาลัยต้องเตรียมเอกสารเยอะไหม?
พี่แอดมินช่วยได้เยอะมาก แค่ส่งเอกสารสำคัญที่ต้องใช้สมัครให้พี่แอดมิน ที่เหลือพี่แอดมินจะไปจัดการกระบวนการทั้งหมดให้ และทำได้เร็วมากด้วย
Q: มองว่าอะไรคุ้มค่าที่สุดตลอดการเรียนที่นี่?
สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือใช้เวลาแค่ 6 เดือนในการติวและสอบ GED ผ่าน ซึ่งเทียบเท่ากับได้วุฒิ ม.6 หรือจบ ม.6 ภายในครึ่งปีเท่านั้น
Q: ก่อนเรียนกับหลังเรียนที่ The Planner ต่างกันยังไง?
ก่อนเรียนแทบไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับ GED แต่หลังจากเรียนจบคอร์สแล้ว มีความรู้เกี่ยวกับ GED มากขึ้นมาก ถ้าให้คะแนนตัวเอง 1-10 น้องกันให้เต็ม 10 เพราะสอบผ่านทั้ง 4 วิชาในครั้งเดียว
อยากติด ABAC เหมือนน้องกันไหม?
ใครที่อยากจบ ม.6 ไว ๆ หรือได้วุฒิ ม.6 เร็วขึ้น สามารถมาติว Pre-GED และ GED กับ The Planner ได้ ทีมครูและแอดมินพร้อมช่วยประเมินพื้นฐาน วางแผนการเรียน และดูแลเรื่องเอกสารสมัครมหาวิทยาลัยให้ครบทุกขั้นตอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอร์สติว Pre-GED และ GED
GED คืออะไร?
GED (General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 4 วิชา ได้แก่ Mathematical Reasoning, Science, Social Studies และ Reasoning Through Language Arts (RLA) หากสอบผ่านครบทั้งหมดจะได้รับวุฒิเทียบเท่า ม.6 และสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
Pre-GED เหมาะกับใคร?
คอร์สติว Pre-GED เหมาะกับน้อง ๆ อายุประมาณ 14-15 ปีที่สนใจติว GED หรือคนที่ยังไม่มั่นใจพื้นฐานภาษาอังกฤษและเนื้อหาแต่ละวิชา เพราะช่วยปูพื้นฐานก่อนไปเรียนคอร์ส GED แบบเจาะลึก
ควรเรียน Pre-GED ก่อนเรียน GED ไหม?
ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เรียนแต่ละคน หากมีพื้นฐานภาษาอังกฤษและเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ค่อนข้างดี อาจสามารถเริ่มเรียน GED ได้เลย แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจ การเรียน Pre-GED ก่อนจะช่วยให้คุ้นเคยกับคำศัพท์ เนื้อหา และรูปแบบโจทย์มากขึ้น
Pre-GED กับ GED ต่างกันอย่างไร?
Pre-GED เน้นการปูพื้นฐานความรู้และภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับแต่ละวิชา ขณะที่คอร์สติว GED จะลงรายละเอียดมากขึ้น พร้อมฝึกทำโจทย์ เทคนิคการวิเคราะห์ข้อสอบ และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ GED จริง
GED ใช้ยื่นเข้า ABAC ได้ไหม?
ได้ ABAC รับวุฒิ GED โดยตรง ต้องทำคะแนนรวมตั้งแต่ 580 ขึ้นไป โดยแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 150 คะแนน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตร โดยสามารถเช็กได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ABAC
GED ใช้ยื่น MUIC ได้ไหม?
GED สามารถใช้สมัครบางหลักสูตรของ Mahidol University International College (MUIC) ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับน้องกันใช้คะแนน GED ร่วมกับ IELTS สมัครคณะ ICIC และเข้าสู่ขั้นตอน Fast Track ตามเกณฑ์ที่กำหนดในช่วงที่สมัคร
ใช้ GED ยื่นมหาวิทยาลัยต้องมี IELTS ด้วยไหม?
ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยและหลักสูตร บางหลักสูตรอาจกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เช่น IELTS หรือคะแนนสอบอื่น ๆ สำหรับน้องกันใช้ GED ควบคู่กับ IELTS ในการสมัครทั้ง ABAC และ MUIC
คะแนน GED เท่าไหร่ถึงจะสอบผ่าน?
GED มีเกณฑ์คะแนนผ่านแยกเป็นรายวิชา ดังนั้นผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านครบทั้ง 4 วิชาจึงจะได้รับวุฒิ GED อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำคะแนนไปสมัครมหาวิทยาลัย ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าหลักสูตรที่สนใจกำหนดคะแนนขั้นต่ำไว้สูงกว่าเกณฑ์สอบผ่านหรือไม่
ถ้าสอบ GED ไม่ผ่านต้องทำอย่างไร?
Answer: หากสอบไม่ผ่านบางวิชา สามารถเตรียมตัวเพิ่มเติมและสอบใหม่ในวิชานั้นได้ สำหรับผู้เรียน GED กับ The Planner Education มีการการันตีเรียนซ้ำในวิชาที่สอบไม่ผ่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเรียนเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของคอร์ส
เรียน GED ใช้เวลานานแค่ไหน?
ระยะเวลาเตรียมตัวขึ้นอยู่กับพื้นฐานและความพร้อมของแต่ละคน The Planner Education มีคอร์สติว GED ที่สามารถเรียนเนื้อหาจบภายใน 1 เดือน ส่วนกรณีของน้องกันใช้เวลาประมาณ 6 เดือนตั้งแต่เริ่มปูพื้นฐาน Pre-GED จนสอบ GED ผ่านครบทั้ง 4 วิชา
เรียน GED Online หรือ Onsite แบบไหนดีกว่า?
ทั้งสองรูปแบบเหมาะกับผู้เรียนต่างกัน การเรียน Online ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ ส่วนการเรียน Onsite เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนในห้องและมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนมากขึ้น สำหรับน้องกันเลือกเรียน Pre-GED แบบ Online ก่อนเปลี่ยนมาเรียน GED แบบ Onsite
สอบ GED แล้วเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 16 ปีได้ไหม?
สามารถทำได้หากสอบ GED ผ่านและมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สมัคร สามารถใช้ GED และ IELTS สมัครเข้า ABAC และเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี






