สำหรับใครที่กำลังจะสอบ SAT ทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินเสียงร่ำลือถึงความยากของข้อสอบ Sat กันมาแล้วในส่วนของ SAT Verbal ซึ่งในการสอบ SAT Verbal จะถูกแบ่งออกเป็น 2 Parts นั่นคือ Reading Part และ Writing Part ทุกคนคิดว่าระหว่างการอ่านและการเขียน แบบไหนยากกว่ากัน? เชื่อว่าหลายคนน่าจะมองว่า SAT reading จะยากกว่ามาก เนื่องจากการอ่านเป็นทักษะเฉพาะที่ไม่มีกฎตายตัวให้จำ ทำให้ต้องอาศัยการฝึกฝนและประสบการณ์ค่อนข้างมากถึงจะสามารถอ่านบทความได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ตัวบทความของข้อสอบ SAT เองก็ค่อนข้างโหด เพราะมักจะออกเนื้อหาเฉพาะทางที่ยากและไม่ได้พบเห็นในชีวิตประจำวันบ่อยนัก เช่น วิทยาศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ ข้อสอบ SAT ก็จะมีการใช้คำศัพท์ที่ยากอีกด้วย และต้องอาศัยทักษะการตีความค่อนข้างมาก ถึงจะอ่านบทความได้เข้าใจ แต่ยังไม่หมดเท่านั้น ความยากอีกอย่างหนึ่งของข้อสอบ SAT คือ เรื่องของเวลา เพราะผู้เข้าสอบทุกคนจะมีเวลาทำข้อสอบแค่ 65 นาที ในการอ่านบทความที่ค่อนข้างยาวถึง 5 เรื่อง เพื่อตอบคำถาม 52 ข้อ ย้ำอีกครั้ง[…]
หลักสูตรการเรียน IGCSE หรือ International General Certificate of Secondary Education เท่าที่หลายคนคงทราบแล้วว่าหลักสูตร IGCSE นี้มีวิชาให้นักเรียนได้เลือกเรียนกันอย่างสนุกสนาน จำนวนมากเป็นสิบวิชา เรียกได้ว่าครอบคลุมความสามารถและความสนใจเฉพาะของนักเรียนกันเลยทีเดียว ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่วิชา English ก็ยังมีหลายแขนง เช่น Eng First Language, English as a Second Language, English Literature เป็นต้น สำหรับใครที่กำลังเรียนหลักสูตร IGCSE อยู่แล้วในตอนนี้ แน่นอนว่าต้องคาดหวังคะแนนเกรด A* แน่นอน ครั้งนี้ก็เลยมาแจก checklist สำหรับคนเรียน IGCSE English Literature ที่นอกเหนือจากโครงสร้างภาษาอังกฤษที่ต้องเรียนรู้อย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งสำคัญคือการรอบรู้เรื่องรูปแบบโครงสร้างของบทกวีต่างๆ ที่มีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละอย่างที่ต้องเจอใน IGCSE English Literature ก็รายละเอียดที่ต้องจดจำ เพราะฉะนั้นเรามาดู checklist สิ่งที่ต้องรู้ใน Poetry, Prose และ[…]
วันนี้พี่มีคำศัพท์สุดร้อนแรงที่มักจะออกข้อสอบ SAT ในส่วนของ Reading มานำเสนอ! โดยคำศัพท์ที่ออกสอบ SAT กลุ่มนี้เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังติว SAT อยู่แต่หลงทางและไม่รู้ว่าจะเริ่มท่องศัพท์จากตรงไหนให้ครอบคลุมเพียงพอต่อการสอบ SAT คำเหล่านี้มีแนวโน้มที่ข้อสอบ SAT จะนำกลับมาใช้อีกในอนาคตอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากเคยออกข้อสอบแล้ว ยกตัวอย่างคำศัพท์ที่ค่อนข้างยากและพบไม่บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่มีให้เห็นในข้อสอบ SAT ตามรูปนี้ แต่คำศัพท์ที่ออกสอบ SAT ที่เราไม่คุ้นเคยก็ยังมีอีกมากมาย ไม่ได้มีเพียงแค่ไม่กี่คำนี้ พี่ลิสต์คำศัพท์ SAT มาให้ดูกันแบบหนำใจ อยากให้น้องๆ จดจำและเรียนรู้การใช้งานคำเหล่านี้ให้ดีเป็นพิเศษ เพื่อจะได้ติว SAT อย่างมีขอบเขตและจุดหมาย เพราะนั่นจะทำให้เราติว SAT ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ไปดูคำศัพท์ที่มักออกสอบ SAT ที่เหลือกันเลย! คำศัพท์ หน้าที่คำ ความหมาย Irrational Adj. ไร้เหตุผล Consternation N. ความตกใจ Gesture N. ท่าทาง Corridor N. ระเบียง/ทางเดิน Enormous Adj. ใหญ่โต/มหึมา[…]
ข้อสอบ SAT ในปัจจุบันจะใช้หลักคะแนนเต็ม 1600 คะแนน ซึ่งเมื่อก่อนนั้นจะเป็น 2400 คะแนน ขอเดาว่าหลายคนที่เข้ามาอ่านเนื้อหานี้ก็ต้องมีคำถามอยู่ในหัวว่า คะแนน SAT ต้องได้เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี นักเรียนที่ทำข้อสอบ SAT ก็มีเป้าหมายในการใช้คะแนนที่ต่างกัน แต่ทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่าคะแนนสอบ SAT ของตัวเองอยู่ในระดับไหนกันแน่ แย่หรือดี แล้วต้องเทียบวัดคะแนนสอบ SAT แบบไหนที่เรียกว่าตามมาตรฐานทั่วไป เพราะฉะนั้นเรามาดูหลักเกณฑ์ที่ College Board ได้จัดเทียบกับ percentiles มาให้ ทั้งแบบรายวิชาและแบบคะแนนรวมเลย จะเห็นว่า Percentile Score ทำหน้าที่ชี้วัดประสิทธิภาพคะแนนสอบ SAT ของเราได้อย่างเข้าใจง่ายว่าเราจัดเป็นผู้สอบ SAT ที่มีผลคะแนนดีหรือไม่ แต่ถ้าต้องการเจาะจงเปรียบเทียบกับผู้สอบ SAT ทั่วไปว่าส่วนใหญ่ได้คะแนน SAT เท่าไหร่ ก็มีสรุปมาว่าได้คะแนน SAT เฉลี่ยกันอยู่ที่ 1060 คะแนน ในจำนวน 75% จะมีคะแนนสอบ SAT ที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี คือ ระหว่าง 1190[…]
ข้อสอบ SAT Evidence-Based Reading and Writing มีกฎไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (grammar rules) มีอยู่มากมายวาไรตี้ แต่กฎที่มักจะออกมาในข้อสอบ SAT ให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ ก็ค่อนข้างมีมาให้จับสังเกตได้ น้องๆ ที่กำลังติว SAT เพื่อจะลงสนามสอบครั้งหน้า อาจจะต้องมีการเตรียมตัว จับจุดข้อสอบ SAT ให้ได้ เพราะไม่ใช่แค่ทำข้อสอบได้ดีขึ้น แต่ยังใช้เวลาในการทำข้อสอบ SAT ได้เร็วขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างว่าเราติว SAT มาล่วงหน้าด้วยการลองฝึกทำกฎไวยากรณ์ต่างๆ ที่ควรเน้น เราก็จะเคยชินกับข้อสอบ SAT และเมื่อต้องลงสนามจริง บังเอิญเจอกับโจทย์ SAT คล้ายกันที่ผ่านตาผ่านมือมาแล้ว เราก็จะตอบคำถามข้อสอบ SAT ข้อนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน เห็นมั้ยว่าการติว SAT ให้ตรงจุดมาล่วงหน้า ทำให้ได้ทั้งคะแนนแล้วยังประหยัดเวลาจริงๆ! เรามาดูกฎไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่เตรียมตัวดีก็มีชัยในการทำข้อสอบ SAT แน่ๆ! จากที่เราดูกฎไวยากรณ์ภาษาอังกฤษต่างๆ ข้างต้น สามารถนำไปปรับใช้ในการติว SAT เพื่อหาจุดบกพร่องที่เรามักจะทำผิดอยู่บ่อยๆ ถ้าเราปิดจุดบอดที่มักทำพลาดหรือตกหล่นได้ การสอบ SAT ครั้งหน้าก็คว้าชัยแน่นอน![…]
ติว SAT อยู่นาน เตรียมสอบอยู่แต่บนหน้าข้อสอบเก่ากองพะเนินเทินทึก ลองเงยหน้าขึ้นมาหายใจหายคอกันสักหน่อยมั้ย มีอะไรตกหล่นหรือเปล่า ฝึกฝนความรู้เตรียมสอบ SAT Reading & Writing ให้ได้คะแนนมากขึ้นมานาน แต่ก็ยังเหมือนกับว่าจะหลงทางไม่เลิก ดูท่าทางต้องมาตรวจสอบเช็คลิสต์เคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้การสอบ SAT Reading & Writing ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นไปอย่างใจต้องการแล้วล่ะ 1. หาจุดอ่อนของตัวเองให้เจอติว SAT อยู่เรื่อยๆ ฝึกทำข้อสอบ SAT อยู่บ่อยๆ แล้วเราเคยสังเกตและทำความเข้าใจตัวเองมั้ยว่า เรามีจุดอ่อนในด้านไหนบ้าง ถ้าเอาแต่ทำข้อสอบเก่าโดยไม่เคยสำรวจตัวเองเลยว่าไม่ถนัดหัวข้อไหนในข้อสอบ SAT ถึงเวลาที่จะต้องจดโน้ตในส่วนที่ไม่เข้าใจเพื่อที่จะได้นำมาฝึกฝนหนักขึ้นและหาความรู้ในส่วนนั้นเพิ่มเติมจนชำนาญ 2. ไวยากรณ์ต้องแน่น!ภาษาดีเป็นเลิศ คำศัพท์เพื่อสอบ SAT ก็ท่องจำมาแล้วหลายตลบ แต่อย่ามองข้ามเรื่องสุดสำคัญอย่างไวยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดูไม่น่าพลาดอย่าง punctuation และ spelling แต่เก่งมาจากไหนก็ตาม ถ้าไม่ตรวจทานให้รอบคอบล่ะก็… คะแนนหายไปไม่รู้ตัวนะขอบอก 3. เขียนอย่างสร้างสรรค์ ใส่ความเป็นตัวตนข้อสอบ SAT อาจจะไม่ได้เจาะจงวัดความคิดสร้างสรรค์ของผู้สอบ แต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าแน่ ถ้าเราใส่ความเป็นตัวตนลงไปบ้าง ให้ข้อสอบของเราไม่เหมือนกับการท่องจำเข้ามา 4. เขียนให้ครบองค์ประกอบไม่ว่าจะสอบ[…]
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use this site we will assume that you are happy with it.