เรียนจบ GED อยากขอใบเทียบวุฒิยื่น TCAS ทำยังไง?

หน้าแรก » Blog » A-Level » เรียนจบ GED อยากขอใบเทียบวุฒิยื่น TCAS ทำยังไง?

เรียนจบ GED อยากขอใบเทียบวุฒิสมัคร TCAS ทำยังไง?

     การสอบ GED (General Educational Development) เป็นอีกทางเลือกยอดนิยมสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายในประเทศไทย เพราะนอกจากจะสามารถสอบเทียบจบ ม.6 ได้ไวขึ้น ยังสามารถใช้สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ TCAS หรือระบบการรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้อีกด้วย

     อย่างไรก็ตาม การนำวุฒิ GED ไปใช้สมัครเรียนมหาวิทยาลัยในไทยมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด บทความนี้ The Planner จะมาอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการยื่นขอใบรับรองเทียบวุฒิ GED และกระบวนการที่ต้องปฏิบัติก่อนสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ต้องการ รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง? มาดูกัน

ขั้นตอนดำเนินการขอเทียบวุฒิ GED

     สำหรับน้อง ๆ ที่สอบผ่าน GED หรือเรียนจบจากต่างประเทศ ครบทั้ง 4 วิชาตามเกณฑ์แล้ว และต้องการยื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในไทยและลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS น้อง ๆ ทุกคนจะต้องขอ ใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางการศึกษาผ่าน “ระบบ HSCES” หรือ High School Certificate Equivalency System ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     ซึ่งการเทียบวุฒิ GED ผ่านระบบ HSCES ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยรับรองว่าใบประกาศนียบัตร GED มีสถานะเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย

ขั้นตอนขอใบรับรองเทียบวุฒิฯ กรณีสอบผ่าน GED 4 วิชา

1.) เข้าระบบเทียบวุฒิการศึกษา https://hsces.atc.chula.ac.th/
2.) เลือกขอใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (High School Equivalence Certificate)
3.) ขอใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX Equivalence Certificate) เพื่อใช้เป็นหลักฐานการศึกษาสำหรับลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS (ใช้เวลา 7 วันทำการในการออกใบรับรองฯ)

ข้อกำหนด: น้อง ๆ ที่สอบ GED ครบแล้ว และต้องการขอใบรับรองเทียบวุฒิฯ จะต้องมีคะแนน GED แต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 145 คะแนน เท่านั้น

ยังสอบ GED ผ่านไม่ครบ ขอใบรับรองฯ ได้ไหม?

     กรณีน้อง ๆ ที่สอบ GED ยังไม่ครบ 4 วิชา หรือยังเรียนไม่จบจากต่างประเทศ หากต้องการยื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในไทย ก็สามารถ “ขอใบรับรองได้” เช่นกัน แต่น้อง ๆ จะได้เป็น ใบแทนใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา เพื่อใช้ลงทะเบียนในระบบ TCAS และหากสอบ GED ผ่านแล้วทั้ง 4 วิชาภายในกำหนดเวลา จะต้องกลับมายื่นขอใบรับรองเทียบวุฒิจริงอีกครั้ง หากไม่ดำเนินการในเวลาที่กำหนด ทางมหาวิทยาลัยอาจตัดสิทธิ์การเข้าศึกษาได้

ขั้นตอนขอใบแทนใบรับรองเทียบวุฒิฯ กรณียังสอบ GED ไม่ครบวิชา

1.) เข้าระบบเทียบวุฒิการศึกษา  https://hsces.atc.chula.ac.th/

2.) เลือกขอใบแทนใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (Provisional Equivalence Certificate) โดยกรอกค่า GPAX = 0.00 และอัปโหลดรูปใบแทนใบรับรองเทียบวุฒิฯ เข้าระบบทั้ง 2 จุด (แทนใบ ปพ.) (ใช้เวลา 3 วันทำการในการออกใบแทนใบรับรองฯ)

ข้อกำหนด: น้อง ๆ ที่ยังสอบ GED ไม่ครบ ต้องมีคะแนนอย่างน้อย 145 คะแนน ใน 2 วิชาขึ้นไป (จาก 4 วิชา) และมีแผนสอบวิชาที่เหลือให้เสร็จภายในเดือนเมษายน (ของปีถัดไป) จึงจะสามารถขอใบแทนใบรับรองเทียบวุฒิได้ 

หมายเหตุ: ใบ ปพ. คือ เอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ได้ใบเทียบวุฒิ GED มาแล้ว ทำยังไงต่อ?

     หลังจากที่น้อง ๆ ได้รับการอนุมัติและสามารถดาวน์โหลดใบรับรองเทียบวุฒิจากเว็บไซต์ของจุฬาฯ ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจสอบเอกสารและเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่น้อง ๆ ต้องการ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

     1. ตรวจสอบเอกสารที่ได้รับจากระบบ HSCES จุฬาฯ
     เมื่อได้รับการรับรองเทียบวุฒิ น้อง ๆ สามารถดาวน์โหลดและพิมพ์เอกสารรับรองได้จากระบบ โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า

    • ชื่อ-นามสกุล ตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
    • รายละเอียดคะแนน GED ครบถ้วนและถูกต้อง
    • มีการรับรองจากระบบ HSCES อย่างเป็นทางการ

คำแนะนำ: ควรเก็บสำเนาเอกสารฉบับนี้ไว้ ทั้งในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลและเอกสารฉบับจริงเพื่อใช้สมัครเรียนต่อ

     2. ตรวจสอบเงื่อนไขของคณะ/มหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัคร

     มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจมีเงื่อนไขรับสมัครที่แตกต่างกัน ดังนั้น น้อง ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ของคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียนให้เรียบร้อย เช่น

    • ต้องอัปโหลดเอกสารในระบบรับสมัครหรือไม่ 
    • ต้องใช้ผลสอบภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหรือไม่ (เช่น IELTS, TOEFL, SAT, ACT, CU-TEP หรือ TU-GET)

     3. เตรียมเอกสารประกอบการสมัครมหาวิทยาลัย

     ในการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทั้งหลักสูตรภาคอินเตอร์และภาคไทย น้อง ๆ จะต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องตามเกณฑ์ หรือ Requirement ของคณะ/มหาวิทยาลัยให้ครบถ้วน ประกอบด้วย

    • ใบรับรองเทียบวุฒิจาก HSCES (ที่ได้จากระบบ)
    • ใบ GED Transcript (สามารถดาวน์โหลดได้จากระบบ GED)
    • ผลสอบภาษาอังกฤษ (ถ้ามี) เช่น IELTS, TOEFL เป็นต้น
    • Statement of Purpose (SOP) หรือจดหมายแนะนำตัว (ถ้าจำเป็น)
    • Portfolio (ถ้าสมัครสาขาที่ต้องใช้แฟ้มสะสมผลงาน)

คำแนะนำ: บางคณะอาจมีการขอเอกสารหรือผลงานเพิ่มเติมนอกจากนี้ ให้ตรวจสอบกับประกาศของคณะ/มหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ อยากเข้าอีกครั้ง

     4. สมัครเข้ามหาวิทยาลัยตามรอบที่เปิดรับ

    • สมัครผ่าน TCAS หรือระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัย
    • อัปโหลดเอกสารให้ครบถ้วนก่อนกำหนด
    • ตรวจสอบค่าสมัครและชำระเงินตามระเบียบของมหาวิทยาลัย

คำแนะนำ: น้อง ๆ ควรติดตามรอบการสมัครของแต่ละคณะ/มหาวิทยาลัยให้ดี บางแห่งอาจเปิดรับรอบพิเศษสำหรับนักเรียน GED หรือรอบอินเตอร์แยกจาก TCAS

     5. รอประกาศผล และดำเนินการตามขั้นตอนของมหาวิทยาลัย

     นอกจากรอประกาศรายชื่อน้อง ๆ ที่คะแนนผ่านตามเกณฑ์คัดเลือกของคณะ/มหาวิทยาลัยแล้ว ในหลาย ๆ ที่จะยังมีขั้นถัดไปของการคัดเลือกเพื่อคัดกรองอีกครั้งจนกว่าน้อง ๆ จะติดตัวจริงนั่นคือ รอบสัมภาษณ์ ดังนั้น น้อง ๆ ควรติดตามผลการสมัครอย่างใกล้ชิด และดำเนินการขั้นตอนที่เหลือของมหาวิทยาลัยให้เรียบร้อย เช่น

    • ยืนยันและเข้ารับการสัมภาษณ์
    • ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนตามกำหนด
    • ส่งเอกสารตัวจริง (หากมหาวิทยาลัยร้องขอ)
    • ชำระค่าเทอมและลงทะเบียนเป็นนักศึกษา

     หลังจากเทียบวุฒิ GED เป็น ม.ปลาย ผ่านระบบ HSCES ของจุฬาฯ แล้ว น้อง ๆ ควรดำเนินการต่อด้วยการ ตรวจสอบเอกสาร, เช็กเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย, เตรียมเอกสารสมัครเรียน, ยื่นสมัครตามรอบที่เปิดรับ และดำเนินการตามขั้นตอนหลังสอบติด เพื่อให้สามารถเข้าศึกษาต่อได้อย่างราบรื่น

     หากยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียน แนะนำให้ค้นหาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ Official หรือติดต่อฝ่ายรับสมัครของคณะ/มหาวิทยาลัยนั้น ๆ โดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อ่านบทความ ทำได้ยังไงให้ GED Math 197/200?! นักเรียนรีวิวติว GED ที่ The Planner คลิกที่นี่

เทคนิคเตรียมตัวสอบ GED ให้ผ่านอย่างมั่นใจ

     การเตรียมสอบ GED ให้ผ่านอย่างมั่นใจ ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ ทั้ง 4 วิชา, วางแผนอ่านหนังสือตามจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง และฝึกทำข้อสอบจริงให้มากที่สุด โดยจับเวลาเหมือนสอบจริงเพื่อฝึกการบริหารเวลา ที่สำคัญก่อนสอบ GED ควรทบทวนเนื้อหาหลักให้ครบและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองพร้อมลุยข้อสอบได้อย่างเต็มที่

     และเพื่อให้แน่ใจว่าการสอบ GED ของน้อง ๆ จะผ่านได้ตามเกณฑ์และมีคะแนนสูงพร้อมยื่นเข้าคณะอินเตอร์และมหาวิทยาลัยที่ต้องการ การเตรียมตัวที่ดีและเลือกเรียนคอร์ส GED ที่มีคุณภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน

     สถาบัน The Planner Education เป็นหนึ่งในสถาบันติว GED ชั้นนำของประเทศไทย ที่เปิดสอนคอร์ส GED คุณภาพ พร้อมคุณครูผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการสอน GED โดยเฉพาะ ติวเข้าใจง่าย สามารถเรียนจบ GED ได้ไวภายใน 1 เดือน และช่วยให้น้อง ๆ คว้าวุฒิเทียบ ม.6 ได้จริงตั้งแต่ครั้งแรก

ต้องการสอบ GED ให้ผ่านเร็วและมั่นใจ สมัครติว GED กับ The Planner พร้อมรับบริการดูแลครบวงจรจนได้รับวุฒิ! ปรึกษาพี่แอดมินได้ที่ LINE Official: @theplanner

 

สนใจติว GED | IGCSE | A-LEVEL | SAT | IELTS | ACT | GSAT | TOEFL-MUIC/MUIDS | CU-TEP | CU-AAT | CU-ATS | TU-GET | IB | AP | Academic Writing

สมัครติวเข้าม.อินเตอร์ปรึกษากับพี่ Planner ได้ที่

LINEPhone
เพิ่มเพื่อน

Leave a Reply