ลาออกมาติว GED ดีไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หน้าแรก » Blog » GED » ลาออกมาติว GED ดีไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ลาออกมาติว GED ดีไหม?

ในปัจจุบัน อิทธิพลของโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok หรือ Instagram ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถสร้างรายได้เสริมตั้งแต่อายุยังน้อย และในขณะเดียวกัน การเข้าถึงองค์ความรู้จากหลากหลายแขนงก็ทำได้ง่ายกว่าที่เคย เพียงแค่ค้นหาผ่านช่องทางออนไลน์ เด็กรุ่นใหม่จึงเริ่มมองเห็นเส้นทางอนาคตของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น รู้ตัวเร็วว่าอยากเรียนคณะอะไร และอยากเติบโตไปเพื่อทำงานแบบไหน

ด้วยเหตุนี้ คำค้นหาอย่าง ติว GED, ลาออกมาติว GED และ GED ยื่นมหาวิทยาลัย จึงถูกค้นหาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่รู้ตัวเร็วว่าระบบปกติอาจไม่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่รูปแบบการเรียน เวลาเรียนที่ตายตัว หรือเป้าหมายการเรียนต่อคณะอินเตอร์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “เราควรลาออกจากโรงเรียนมาเพื่อติว GED เลยดีไหม?” เพราะในความเป็นจริง การลาออกจากระบบโรงเรียนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย และเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อเส้นทางการศึกษาในระยะยาว รวมไปถึงเป็นตัวกำหนดอนาคตเลยก็ว่าได้

แต่หากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองกำลังลังเล บทความนี้ พี่แพลนเนอร์ จะพาไปทำความเข้าใจ เส้นทาง GED อย่างละเอียด ทั้งข้อดี ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้สามารถเลือกทางที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ และตัดสินใจได้ทันทีหลังอ่านจบ


GED คืออะไร และต่างจากวุฒิ ม.6 ไทยอย่างไร

GED (General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา ผู้สอบต้องผ่าน 4 วิชาหลัก ได้แก่

  • Reasoning Through Language Arts (ภาษาอังกฤษ)
  • Mathematical Reasoning (คณิตศาสตร์)
  • Science (วิทยาศาสตร์)
  • Social Studies (สังคมศึกษา อเมริกา)

นักเรียนสามารถสอบ GED ได้เมื่ออายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ตามบัตรประชาชน และเมื่อสอบเทียบ GED ผ่านทั้ง 4 วิชา น้อง ๆ จะได้รับวุฒิเทียบเท่า ม.6 (มัธยมปลาย) เพื่อยื่นสมัครเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศได้ ทำให้หลายคนเลือก เรียน GED เพื่อย่นระยะเวลาและโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ต้องทำและจำเป็นจริง ๆ และยังเป็นการซื้อเวลาเพื่อลองผิดลองถูกตั้งแต่อายุยังน้อยได้อีกด้วย

GED ไม่ใช่การ “เรียนในโรงเรียน” แต่เป็น “การสอบวัดความรู้ ม.ปลาย”

ข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ GED สามารถดูได้ที่

👉 https://www.ged.com/


ลาออกมาติว GED เลยดีไหม? มีข้อดีอย่างไรบ้าง?

การ ลาออกมาติว GED ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะการสอบ GED คือการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมปลาย (ม.6) นั่นหมายความว่าน้อง ๆ ไม่ได้หลุดออกจากระบบการศึกษา เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้เส้นทางทางเลือกแทนระบบโรงเรียนแบบเดิม

อย่างไรก็ตาม การเรียน GED ถือเป็น “ทางลัด” ในแง่ของระยะเวลา และเมื่อพูดถึงทางลัด ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงถ้าหากไม่มีการวางแผนที่ดี แต่ถึงอย่างนั้น การ ติวสอบ GED ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่รู้เป้าหมายของตัวเองชัดเจน

ข้อดีของการลาออกมาติว GED

  • ใช้เวลาติวสอบ GED เพียง 1 เดือน
  • เรียนเพียงแค่ 4 วิชา : RLA / Math / Science / Social Studies
  • วางแผนสอบ + ยื่นเข้ามหา’ลัยได้เร็ว
  • เหมาะกับคนที่อยากเรียน มหา’ลัยอินเตอร์ในไทย หรืออินเตอร์ต่างประเทศ
  • เปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากระบบโรงเรียนกลับมาเรียนต่อได้

อย่างไรก็ตาม “ข้อดี” เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อวางแผนติว GED ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

ความเสี่ยงของการลาออกมาติว GED

  • ต้องมีวินัยสูงในการอ่านทบทวนเอง
  • ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยจะรับวุฒิ GED
  • ต้องเตรียมแผนสำรอง หากเปลี่ยนใจหรือคะแนนไม่ถึง
  • หากสอบไม่ผ่านตามแผน อาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ติว GED แบบมีการันตี สอบไม่ผ่านเรียนซ้ำฟรี! ปรึกษาพี่ Educational Planner คลิก

การติวสอบ GED ไม่ใช่ “วิธีหนีการเรียนหนัก”

แต่เป็น “การวางแผนจบ ม.6 มาอย่างดี”


ใครเหมาะกับการติว GED บ้าง?

จากสถิติของผู้เรียน GED และแนวโน้มคนเรียน GED ปีล่าสุด

  • ไม่ถนัดการเรียนแบบท่องจำ หรือสอบย่อยบ่อย ๆ
  • ต้องการความยืดหยุ่นด้านตารางเรียนสูง
  • มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะสอบ GED เพื่อยื่นมหา’ลัย ที่ไหน
  • อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง หรือพร้อมพัฒนาต่อไป
  • มีวินัยและรับผิดชอบการเรียนของตัวเองได้

แต่หากน้อง ๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะนำวุฒิ GED ไปยื่นที่ไหน การลาออกมาเรียน GED ก็ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่สามารถทำได้ เพราะระหว่างการเรียน น้อง ๆ ยังมีโอกาสเรียนรู้และค้นหาตัวเองไปพร้อมกันได้

การเตรียมสอบ GED ใช้ระยะเวลาไม่นาน เมื่อสอบผ่านและได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 มาไว้ก่อน จะช่วยเปิดโอกาส และขยายเวลาให้มากขึ้นในการทบทวนเป้าหมาย ค้นหาความสนใจที่แท้จริง และวางแผนเส้นทางการเรียนต่อได้อย่างรอบคอบ โดยไม่ต้องถูกจำกัดอยู่ในกรอบของระบบการเรียนแบบเดิม


วางแผนเส้นทาง GED อย่างไรให้ไม่พลาด

ก่อนตัดสินใจลาออกจากระบบโรงเรียนเพื่อมา ติว GED น้อง ๆ ควรตอบคำถามสำคัญเหล่านี้ให้ได้ก่อน

  • จะใช้วุฒิ GED ยื่นมหาวิทยาลัยอะไร

ควรกำหนดมหาวิทยาลัยหรือคณะที่อยากเข้าให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

  • มหาวิทยาลัยนั้น ๆ รับ GED ไหม

แม้ GED จะเป็นวุฒิที่ได้รับการยอมรับ แต่ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยจะเปิดรับในทุกรอบ ควรตรวจสอบเงื่อนไขรับสมัครจากประกาศมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ

  • ต้องใช้ผลคะแนนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

เช่น SAT, ACT, IELTS, TOEFL หรือคะแนนภาษาอังกฤษอื่น ๆ และควรวางแผนติวเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการเรียน GED เพื่อไม่ให้เสียเวลาในภายหลัง

  • จำเป็นต้องสมัคร TCAS หรือไม่

มหาวิทยาลัยในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในระบบ TCAS ดังนั้น หากต้องการยื่น GED กับมหาวิทยาลัยในไทย น้อง ๆ จำเป็นต้องสมัคร TCAS ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อไม่ให้พลาดรอบการสมัคร

สอบ GED ยังไม่ครบสามารถยื่น TCAS ได้ไหม? อ่านต่อ


GED ใช้ยื่นมหา’ลัยได้ไหม

คำตอบคือ ใช้ได้แน่นอน และยังเป็นที่ยอมรับในหลายสถาบัน ทั้ง มหาวิทยาลัยอินเตอร์ในไทย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยต่างประเทศ แต่แต่ละแห่งก็จะมีเงื่อนไขต่างกัน เช่น

  • คะแนน GED ขั้นต่ำ โดยปกติจะรับ GED ≥ 145 ต่อวิชา แต่บางแห่งอาจรับสูงถึง ≥ 165 ต่อวิชา
  • คะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS / TOEFL/ SAT Verbal/ CU-TEP/ DET)
  • รูปแบบการยื่น (ยื่นตรง /TCAS)
  • ต้องยื่น SOP หรือ Portfolio

ทั้งนี้พี่แพลนเนอร์แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ เช่น

ระบบ TCAS 👉 https://www.mytcas.com/

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 👉 https://www.cupt.net/


FAQs: คำถามที่คนค้นหาเกี่ยวกับ GED มากที่สุด

Q: ลาออกมาเรียน GED ดีไหม?

A: การลาออกจาก ม.ปลาย แล้วมาเรียน GED ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่มีเป้าหมายเรียนต่ออินเตอร์ และได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการไทยแล้ว

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่า ลาออกมาเรียน GED ดีไหม ไม่ควรมองแค่ความเร็วในการเรียนจบ หรือความง่าย แต่ต้องดูว่าผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากแค่ไหนนั่นเอง

Q: ลาออกตั้งแต่ ม.4 แล้วมาเรียน GED เลยได้ไหม?

A: คำตอบคือ ทำได้ แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมกับทุกคน เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตและมุมมองอนาคตที่แตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจลาออก น้อง ๆ ควรถามตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า ต้องการติวสอบ GED ไปเพื่ออะไร และมีเป้าหมายเข้าศึกษาต่อคณะหรือมหาวิทยาลัยใด

การลาออกจาก ม.ปลาย แล้วเลือก เรียน GED ไม่ควรเกิดจากความเบื่อ หรือแค่เพราะไม่อยากเรียนหนัก แต่ควรเป็นการเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า เพราะเมื่อออกจากระบบโรงเรียนแล้ว น้อง ๆ จะต้องใช้การสอบเทียบวุฒิแทนการเรียนในระบบ ซึ่งต้องอาศัยวินัย ความรับผิดชอบ และการวางแผนที่ชัดเจนมากกว่าการเรียนแบบเดิม

Q: เด็กแบบไหนที่เหมาะกับการเลือกติว GED มากที่สุด?

A: เด็กที่เหมาะกับ เส้นทาง GED มากที่สุด คือเด็กที่ไม่ถนัดการเรียนแบบโรงเรียนไทย เช่น ระบบการเรียนตามเวลา การสอบย่อยบ่อย หรือการเน้นท่องจำ GED จะเหมาะกับเด็กที่อยากเรียน มหาลัยอินเตอร์ในไทย หรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพราะรูปแบบข้อสอบ GED จะเน้นการคิด วิเคราะห์ และการอ่านภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ควรอ่านภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง หรืออย่างน้อยต้องพร้อมพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง เพราะข้อสอบ GED ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ และต้องใช้ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ค่อนข้างสูง

หากอยากพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษ เลือกเรียนคอร์ส Pre-GED เพื่อติวสอบ GED ได้อย่างเต็มที่

Q: เรียน GED ต้องเก่งภาษาอังกฤษไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก แต่ต้อง “พร้อมพัฒนา” การ เรียน GED ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งในส่วนการเรียนและการสอบ โดยเฉพาะวิชา RLA, Science และ Social Studies ดังนั้น ผู้เรียนที่เริ่มต้นจากพื้นฐานปานกลาง แต่มีการติว GED มาก่อน ก็สามารถพัฒนาจนสอบผ่านได้

สิ่งสำคัญคืออย่าประเมินทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองต่ำหรือสูงเกินไป ควรมีการประเมินก่อนเริ่มเรียน เพื่อวางแผนการติวให้เหมาะสม

Q: GED ใช้ยื่นมหาลัยได้ไหม?

A: GED ใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะ มหาลัยอินเตอร์ในไทย หลายแห่งที่เปิดรับ GED ผ่านการยื่นตรง หรือผ่านระบบ TCAS ในบางรอบ อย่างไรก็ตาม แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกัน เช่น คะแนนขั้นต่ำ ผลสอบภาษาอังกฤษ หรือเอกสารประกอบเพิ่มเติม

ผู้ที่เลือกเส้นทาง GED ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับสมัครจากประกาศล่าสุดของมหาวิทยาลัยทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจมากขึ้น

Q: ถ้าเลือกไม่ลาออกจากโรงเรียน จะติว GED ยังไง?

A: การติว GED ไม่จำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนเสมอไป น้อง ๆ สามารถเลือกติว GED ควบคู่กับการเรียนในโรงเรียนได้ โดยเริ่มจากช่วงปิดเทอมหรือเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ วิธีนี้เหมาะกับคนที่ยังไม่พร้อมลาออก แต่อยากเตรียมเส้นทาง GED ไว้เป็นทางเลือกหรือแผนสำรอง ช่วยลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้น้องตัดสินใจได้จากประสบการณ์จริงก่อนเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

ที่ The Planner เอง ก็มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ยังเรียนอยู่ในระบบโรงเรียน แต่เลือก ติว GED เพื่อเตรียมไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในอนาคต โดยนักเรียนกลุ่มนี้มาจากทั้งโรงเรียนไทยและโรงเรียนนานาชาติ เช่น SPIP, Harrow International School, Thai Singapore International School, Assumption รวมถึงโรงเรียนไทยอย่าง สวนกุหลาบวิทยาลัย, พระหฤทัยคอนแวนต์, หอวัง, เทพศิรินทร์, กรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนอื่น ๆ อีกมากมาย


The Planner GED คืออะไร? ทำไมพ่อแม่และน้อง ๆ ที่ลาออกเพื่อมาติว GED ส่วนใหญ่ไว้ใจ

สำหรับน้อง ๆ หรือผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจว่า ลาออกจากโรงเรียนดีไหม หนึ่งในความกังวลหลัก ๆ คือ

“ถ้าออกมาแล้ว จะมีใครดูแลไหม ถ้าต้องทำเองทั้งหมดกลัวจะยุ่งยากเกินไป ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเองยังไง กลัวหลุดเอกสารสำคัญ”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ The Planner Education ออกแบบหลักสูตร ติว GED เพื่อรองรับนักเรียนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนักเรียนที่ตัดสินใจลาออกจากระบบโรงเรียนมาเรียน GED โดยตรง และนักเรียนที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียน แต่เลือกติว GED ในช่วงปิดเทอมหรือเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ เพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นมากขึ้น

  1. ประเมินผลเบื้องต้น
    ช่วยวิเคราะห์พื้นฐานผู้เรียนก่อนเริ่ม ว่าเหมาะกับการเรียน GED แค่ไหน และควรเริ่มจากจุดใด
  2. ทดสอบความพร้อมก่อนเรียน
    วัดระดับจริงก่อนวางแผนการติว ไม่ให้เด็กที่ลาออก ม.ปลาย เริ่มผิดจุด
  3. รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
    นักเรียนและผู้ปกครองเห็นพัฒนาการชัด ไม่ต้องเดาว่าตอนนี้ตัวเองอยู่จุดไหน
  4. ประเมินก่อนสอบจริง
    ลดความเสี่ยงสอบไม่ผ่าน ด้วยการเช็กความพร้อมก่อนลงสนาม
  5. สรุปบทเรียนเมื่อขาดเรียน
    เหมาะมากกับเด็กที่ต้องจัดการเวลาเองหลังลาออกจากระบบโรงเรียน
  6. ดูแลทุกขั้นตอนการสมัครสอบ GED
    ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบสอบ เอกสาร หรือขั้นตอนที่ซับซ้อน เพราะที่ The Planner ดูแลให้ครบทุกขั้นตอนตั้งแต่สมัครสอบ จนถึงขอวุฒิ
  7. ปรึกษาวางแผนเรียนต่อแบบตัวต่อตัว
    ช่วยวางเส้นทาง GED ยื่นมหา’ลัย ทั้งในไทยและต่างประเทศ

อีกจุดที่สำคัญมากสำหรับเด็กที่กำลังคิดจะ ลาออกมาติว GED คือ

“ถ้าสอบไม่ผ่านจะทำยังไง จะเสียทั้งเวลาทั้งเงินไหม?”

หากเรียน GED ที่ The Planner มีการันตีสอบไม่ผ่าน เรียนซ้ำฟรี ช่วยลดความเสี่ยงจากการลาออกจากระบบโรงเรียน ทำให้น้อง ๆ และคุณพ่อคุณแม่รู้สึกอุ่นใจได้มากขึ้น โดยสามารถโฟกัสกับการเรียนและการเตรียมสอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับปัจจัยอื่นนอกเหนือจากการตั้งใจเรียนเลย

✏️ คอร์สเรียนสด GED (Onsite) ที่สถาบัน The Planner สำหรับน้องที่ชอบการเรียนแบบเจอคุณครู และได้ฝึกพูด-เขียนจริงแบบใกล้ชิดกับติวเตอร์

💻 คอร์ส GED ออนไลน์ (Live Online) เรียนสดจากที่บ้าน ได้ฟีดแบคทันที เหมือนอยู่ในห้องเรียน ปรึกษา Educational Planner

📱 คอร์ส vdoGO (เรียนผ่านวิดีโอ) สำหรับน้องที่ต้องการความยืดหยุ่น อยากเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ทบทวนได้ไม่จำกัดครั้ง

ดูคอร์สอื่น ๆ

GED | IGCSE | A-LEVEL | SAT | IELTS | ACT | TOEFL-MUIC/MUIDS | CU-TEP | CU-AAT | CU-ATS | TU-GET | IB | AP | Academic Writing

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Line: @theplanner หรือ Phone: 095-726-2666

เพิ่มเพื่อน

Leave a Reply