Quick Overview
- Cambridge IGCSE Psychology เป็นวิชาใหม่ล่าสุดของ Cambridge เปิดสอบครั้งแรกในปี 2027 ฝึกให้นักเรียนเริ่มคิดแบบนักจิตวิทยา ผ่านทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เป็นรากฐานของศาสตร์นี้
- นักเรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน Psychology มาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มเรียนตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานที่สุด
- เนื้อหาแบ่งเป็น 6 Topic บังคับ ได้แก่ Memory and Forgetting, Sleep and Dreams, Prosocial Behaviour, Visual Perception, Motivation and Needs และ Language Development พร้อม Topic ที่ 7 คือ Research Methods ที่แทรกอยู่ในทุก Paper
- แต่ละ Topic นำเสนอ 1 ทฤษฎีหรือคำอธิบายพร้อมข้อสนับสนุนและข้อโต้แย้ง 1 ด้าน และมี Named Study 3 เรื่องต่อ Topic ที่นักเรียนต้องรู้ผลการวิจัยและข้อสรุปประกอบ
- ข้อสอบวัดผลตาม 3 Assessment Objectives คือความรู้ความเข้าใจ (AO1) การประยุกต์ใช้ (AO2) และการวิเคราะห์ประเมินค่า (AO3) โดยเน้นหนักที่ AO2 มากที่สุด
- วิชานี้มีเพียงรหัส Syllabus เดียวคือ 0266 ใช้เกรด A*–G เป็น Syllabus ใหม่ที่เพิ่งเปิดสอบครั้งแรก ไม่มีเวอร์ชันเกรด 9–1
| Quick Facts | รายละเอียด |
| ชื่อวิชา | Cambridge IGCSE Psychology |
| Syllabus Code | 0266 |
| ระบบเกรด | A*–G |
– Cambridge IGCSE Psychology เรียนอะไรบ้าง ▶
– รูปแบบข้อสอบ Cambridge IGCSE Psychology ▶
– แต่ละ Paper และ Component ออกอะไรบ้าง ▶
– เทคนิค Cambridge IGCSE Psychology ▶
– เรียน Cambridge IGCSE Psychology ไปต่อคณะไหน ▶
– Download Past Paper ล่าสุด! ▶
– คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cambridge IGCSE Psychology ▶
Cambridge IGCSE Psychology เรียนอะไรบ้าง?
Cambridge IGCSE Psychology เป็น Syllabus ที่เพิ่งเปิดสอบครั้งแรกในปี 2027 เนื้อหาแบ่งเป็น 6 Topic บังคับที่ครอบคลุมแนวคิดหลักของจิตวิทยา โดยแต่ละ Topic นำเสนอทฤษฎีหรือคำอธิบายพร้อมข้อโต้แย้งสนับสนุนและคัดค้านอย่างละ 1 ด้าน และมี Named Study 3 เรื่องเป็นหลักฐานประกอบ นักเรียนต้องรู้ผลการวิจัยและข้อสรุปของ Study เหล่านี้ แต่ไม่ต้องประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของตัวงานวิจัยเอง
1. Memory and Forgetting — ความจำและการลืม
ครอบคลุมโมเดล Levels of Processing ของ Craik and Lockhart, Multistore Model ของ Atkinson and Shiffrin, ทฤษฎี Motivated Forgetting เชิง Psychodynamic และบทบาทของสมอง (Amygdala, Hippocampus, Cerebellum) ในความจำและการลืม
2. Sleep and Dreams — การนอนหลับและความฝัน
ครอบคลุม Biological Rhythms, ทฤษฎี Restoration ของการนอนหลับ, ทฤษฎี Activation-Synthesis ของ Hobson & McCarley และทฤษฎี Psychodynamic ของความฝัน รวมถึงความผิดปกติในการนอนหลับ เช่น Insomnia และ Sleepwalking
3. Prosocial Behaviour — พฤติกรรมเพื่อสังคม
ครอบคลุมคำอธิบายเชิงชีววิทยา (สารสื่อประสาทและฮอร์โมน) Social Identity Theory ของ Tajfel and Turner และ Social Learning Theory ของ Bandura ที่อธิบายพฤติกรรมช่วยเหลือผู้อื่นและการเรียนรู้จากสื่อ
4. Visual Perception — การรับรู้ทางสายตา
ครอบคลุมทฤษฎี Direct Perception ของ Gibson (Bottom-up), ทฤษฎี Constructivist ของ Gregory (Top-down), หลักการ Gestalt และภาพลวงตา (Visual Illusions) พร้อมอิทธิพลของวัฒนธรรมต่อการรับรู้ภาพลวงตา
5. Motivation and Needs — แรงจูงใจและความต้องการ
ครอบคลุม Maslow’s Hierarchy of Needs, ทฤษฎี Drive Reduction ของ Hull, การใช้ Positive Reinforcement ในการศึกษา, แรงจูงใจเชิง Psychodynamic ในการตลาด และ Self-Determination Theory ของ Deci and Ryan ในบริบทการออกกำลังกาย
6. Language Development — พัฒนาการทางภาษา
ครอบคลุมคำอธิบายเชิงชีววิทยาของ Chomsky (Language Acquisition Device), ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theory) และทฤษฎี Cognitive ของ Piaget ที่อธิบายว่าเด็กพัฒนาภาษาผ่านขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไร
7. Research Methods — ระเบียบวิธีวิจัย
Topic นี้ไม่ได้แยกออกสอบเป็น Section เดียว แต่แทรกอยู่ใน Section D ของทั้ง Paper 1 และ Paper 2 ครอบคลุม Experimental Method (ตัวแปรต้น-ตาม, Experimental Design), Non-Experimental Methods (Observation, Questionnaire, Interview, Case Study), การสุ่มตัวอย่าง, Validity และ Reliability, จริยธรรมการวิจัย และการจัดการข้อมูล (ตาราง, Bar Chart, Mean/Median/Mode)
Assessment Objectives (AO1–AO3)
ข้อสอบทุกส่วนวัดผลตาม 3 Assessment Objectives
- AO1 Knowledge and Understanding (33%): ความรู้ความเข้าใจคำศัพท์ แนวคิด ทฤษฎี วิธีวิจัย และแนวปฏิบัติด้านจริยธรรม
- AO2 Application (51%): การประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยากับสถานการณ์ใหม่ (Novel Scenarios) ที่หลากหลาย
- AO3 Analysis and Evaluation (16%): การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุปผล วิเคราะห์แนวคิดและทฤษฎี และประเมินวิธีวิจัยในแง่ Validity, Reliability และจริยธรรม
กำลังหาที่ติว Cambridge IGCSE Psychology ที่ไหนดี? ให้พี่ Planner ช่วยประเมินพื้นฐานความเข้าใจทฤษฎีและ Named Studies ทั้ง 6 Topic พร้อมวางแผนการเรียนให้เหมาะกับ Syllabus ใหม่และเป้าหมายเกรดของน้อง ๆ ปรึกษาเลย
รูปแบบข้อสอบ Cambridge IGCSE Psychology
นักเรียนทุกคนต้องสอบครบทั้ง 2 Paper ไม่มีการเลือก Assessment Route และไม่มีส่วน Coursework
| Paper หรือ Component | เวลา | คะแนน | สัดส่วน | รูปแบบ |
| Paper 1 | 1 ชั่วโมง 30 นาที | 90 คะแนน | 53% | 4 Section: Memory, Sleep, Prosocial Behaviour, Experimental Research Methods |
| Paper 2 | 1 ชั่วโมง 20 นาที | 80 คะแนน | 47% | 4 Section: Visual Perception, Motivation, Language Development, Non-Experimental Research Methods |
แต่ละ Paper ออกอะไรบ้าง
Paper 1
Paper 1 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที คะแนนเต็ม 90 คะแนน คิดเป็น 53% ของเกรด นักเรียนตอบคำถามทุกข้อ แบ่งเป็น 4 Section คือ Section A (Memory and Forgetting, 20 คะแนน), Section B (Sleep and Dreams, 20 คะแนน), Section C (Prosocial Behaviour, 20 คะแนน) และ Section D (Experimental Research Methods, 30 คะแนน)
หนึ่งใน Section A-C จะมีคำถามแบบ Extended Response 8 คะแนนที่วัด AO1 และ AO2 โดยให้ใช้ข้อโต้แย้งสนับสนุนหรือคัดค้านทฤษฎี ส่วน Section D มีคำถาม Extended Response 4-6 คะแนนให้วางแผนการทดลอง โดยโจทย์จะให้ข้อมูลบางส่วนมาแล้วให้นักเรียนออกแบบส่วนที่เหลือ
Paper 2
Paper 2 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที คะแนนเต็ม 80 คะแนน คิดเป็น 47% ของเกรด มีโครงสร้างคล้าย Paper 1 แบ่งเป็น Section A (Visual Perception, 20 คะแนน), Section B (Motivation and Needs, 20 คะแนน), Section C (Language Development, 20 คะแนน) และ Section D (Non-Experimental Research Methods, 20 คะแนน)
เช่นเดียวกับ Paper 1 หนึ่งใน Section A-C จะมีคำถาม Extended Response 8 คะแนนที่วัด AO1 และ AO2 ทั้งสอง Paper วัดครบทั้ง 3 Assessment Objectives
เทคนิค Cambridge IGCSE Psychology
การเตรียมสอบ Cambridge IGCSE Psychology ต้องฝึกทั้งความเข้าใจทฤษฎี การประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และความเข้าใจระเบียบวิธีวิจัย เพราะ AO2 (Application) มีน้ำหนักสูงที่สุดถึง 51%
1. ฝึกจับคู่ทฤษฎีกับข้อสนับสนุนและข้อโต้แย้งให้แม่น
Syllabus กำหนดข้อสนับสนุน (Argument For) และข้อโต้แย้ง (Argument Against) เพียง 1 ด้านต่อทฤษฎี นักเรียนควรจำคู่ทฤษฎี-ข้อสนับสนุน-ข้อโต้แย้ง-Named Study ให้แม่นเป็นชุด เพราะข้อสอบมักถามให้อธิบายว่าทฤษฎีหนึ่งได้รับการสนับสนุนหรือถูกโต้แย้งอย่างไร
2. ฝึกประยุกต์ทฤษฎีกับ Novel Scenarios บ่อย ๆ
เนื่องจาก AO2 มีน้ำหนักสูงสุด นักเรียนควรฝึกทำโจทย์แบบ Novel Scenarios ที่ให้สถานการณ์ใหม่มาแล้วให้อธิบายด้วยทฤษฎีที่เรียน ไม่ใช่แค่ท่องนิยามทฤษฎีอย่างเดียว เพราะข้อสอบแทบทุกข้อจะมีส่วนของการประยุกต์ใช้แทรกอยู่
3. จำผลการวิจัยและข้อสรุปของ Named Studies ให้ครบทั้ง 18 เรื่อง
แต่ละ Topic (1-6) มี Named Study 3 เรื่อง รวม 18 เรื่องทั้งหมด นักเรียนต้องรู้ Aim, Procedure, Results และ Conclusion ของแต่ละเรื่องเพื่อใช้อ้างอิงสนับสนุนทฤษฎี แต่ไม่ต้องประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของตัวงานวิจัยเอง (ต่างจาก Sociology ที่ต้องประเมินงานวิจัยด้วย)
4. แยกให้ชัดระหว่าง Experimental และ Non-Experimental Methods
Section D ของ Paper 1 เน้น Experimental Method (ตัวแปร การออกแบบการทดลอง) ส่วน Section D ของ Paper 2 เน้น Non-Experimental Methods (Observation, Questionnaire, Interview, Case Study) นักเรียนควรฝึกแยกลักษณะเฉพาะของแต่ละวิธีให้ชัดเจน เพราะมักมีคำถามให้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
5. ฝึกวางแผนการทดลองสำหรับคำถาม Extended Response ใน Section D
Paper 1 Section D มีคำถามให้วางแผนการทดลองโดยกำหนดข้อมูลบางส่วนมาให้ นักเรียนควรฝึกระบุตัวแปรต้น-ตาม การควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน และวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างให้ครบถ้วนและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่โจทย์กำหนด
6. ทำ Past Paper แบบจับเวลาและสร้าง Error Log
เนื่องจากเป็น Syllabus ใหม่ Past Paper อาจมีจำนวนจำกัดในช่วงแรก ควรใช้ Specimen Paper ควบคู่กับ Past Paper ที่มี และบันทึกว่าคะแนนหายไปจากสาเหตุใด เช่น จำทฤษฎีสลับกัน ประยุกต์ใช้ไม่ตรงสถานการณ์ หรือสับสนระหว่างวิธีวิจัย
กำลังหาที่ติว Cambridge IGCSE Psychology ที่ไหนดี? จากนักเรียนที่ติวกับพี่ Planner กว่า 1,500 คนสำหรับ IGCSE และกว่า 1,000 คนสำหรับ A-Level มีสัดส่วนนักเรียนสอบผ่านตั้งแต่รอบแรกถึง 90% และได้เกรด A-A* ถึง 60% โดยคุณครูจบตรงสาย จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมอัปเดตเนื้อหาตาม Syllabus Cambridge ทุกปี สนใจติว IGCSE Psychology คลิกเลย!
เรียน Cambridge IGCSE Psychology ไปต่อคณะไหน
Cambridge IGCSE Psychology ฝึกทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของหลายสาขาวิชา นอกจากจะปูพื้นฐานสำหรับ Cambridge International AS & A Level Psychology แล้ว ทักษะจากวิชานี้ยังนำไปใช้ได้กับหลายคณะ เช่น
- จิตวิทยา (Psychology)
- สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
- แพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์
- การศึกษาและจิตวิทยาการศึกษา
- สังคมสงเคราะห์ (Social Work)
- นิเทศศาสตร์และการตลาด (Marketing/Advertising)
- ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources)
- Neuroscience และ Cognitive Science
Cambridge ระบุว่านักเรียนที่ได้เกรด A*–C มีพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับการเรียนต่อ AS & A Level Psychology อย่างไรก็ตาม IGCSE Psychology ไม่ใช่วิชาบังคับสำหรับทุกคณะที่กล่าวมา นักเรียนควรตรวจสอบ Entry Requirements ของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สนใจโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
Download Past Paper IGCSE Psychology 0266 ล่าสุด!
เนื่องจาก Cambridge IGCSE Psychology เป็น Syllabus ใหม่ที่เปิดสอบครั้งแรกในปี 2027 Past Paper ในช่วงแรกอาจมีจำนวนจำกัด นักเรียนควรเริ่มจาก Specimen Papers และ Mark Schemes ที่ Cambridge เผยแพร่ควบคู่กับ Syllabus บนหน้า Official Cambridge จากนั้นค่อยเพิ่ม Past Paper จริงเมื่อมีการสอบในแต่ละซีรีส์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cambridge Psychology
1. Cambridge IGCSE Psychology ยากไหม?
Answer:
วิชานี้ไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อนก็เรียนได้ แต่ท้าทายตรงที่ต้องจำทฤษฎี ข้อสนับสนุน ข้อโต้แย้ง และ Named Study เป็นชุดในทุก Topic อีกทั้ง AO2 (การประยุกต์ใช้) มีน้ำหนักสูงสุดถึง 51% นักเรียนจึงต้องฝึกนำทฤษฎีไปใช้กับสถานการณ์ใหม่ ไม่ใช่แค่ท่องนิยาม
2. ต้องมีพื้นฐาน Psychology มาก่อนไหม?
Answer:
ไม่จำเป็น Cambridge ระบุชัดเจนว่าไม่คาดหวังให้นักเรียนเคยเรียน Psychology มาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มจากแนวคิดพื้นฐานที่สุดในแต่ละ Topic
3. IGCSE Psychology มีเวอร์ชันเกรด 9–1 ไหม?
Answer:
ไม่มี Cambridge IGCSE Psychology มีเพียง Syllabus Code 0266 และใช้ระบบเกรด A*–G เท่านั้น เนื่องจากเป็น Syllabus ที่เพิ่งเปิดสอบครั้งแรกในปี 2027
4. ต้องอ่าน Named Study ต้นฉบับจริงไหม?
Answer:
ไม่ต้อง Cambridge จัดทำเอกสารสรุป Named Studies (Summaries and Reference List) ที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับระดับ IGCSE ให้แล้ว นักเรียนไม่จำเป็นต้องอ่านงานวิจัยต้นฉบับ และไม่ต้องประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของตัวงานวิจัยเอง
5. Section D ของ Paper 1 กับ Paper 2 ต่างกันอย่างไร?
Answer:
Section D ของ Paper 1 เน้น Experimental Method เช่น ตัวแปรต้น-ตาม การออกแบบการทดลอง และมีคำถามให้วางแผนการทดลอง ส่วน Section D ของ Paper 2 เน้น Non-Experimental Methods เช่น Observation, Questionnaire, Interview และ Case Study
6. ทุกโรงเรียนเปิดสอบ Syllabus นี้ได้เลยไหม?
Answer:
ต้องตรวจสอบก่อน เพราะ Syllabus นี้ยังไม่เปิดให้บริการในทุก Administrative Zone ในทุกซีรีส์สอบ ควรตรวจสอบความพร้อมใช้งานผ่านหน้า Syllabus ทางการของ Cambridge ก่อนวางแผนลงทะเบียน
7. ต้องเรียนคำนวณสถิติซับซ้อนไหม?
Answer:
ไม่ต้อง นักเรียนต้องเข้าใจว่า Mean, Median, Mode และ Range คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร แต่ Syllabus ระบุชัดเจนว่านักเรียนจะไม่ถูกให้คำนวณค่าเหล่านี้เอง เน้นที่การอ่านและตีความข้อมูลจากตารางหรือ Bar Chart มากกว่า
8. เรียน Psychology ควบคู่กับ Sociology หรือ Biology ได้ไหม?
Answer:
ได้ ทั้งสามวิชาเป็นคนละ Syllabus Code และเสริมกันได้ดี Psychology เชื่อมโยงกับ Sociology ในแง่พฤติกรรมมนุษย์และสังคม และเชื่อมโยงกับ Biology ในแง่โครงสร้างและการทำงานของสมอง นักเรียนที่สนใจสายวิทยาศาสตร์สุขภาพหรือสังคมศาสตร์มักเลือกเรียนวิชาเหล่านี้ควบคู่กัน




