
➡️ คำเชื่อมคืออะไรใน IELTS Essay?
➡️ Transition Words สำหรับ “การลำดับเหตุการณ์”
➡️ Transition Words สำหรับ “ความมั่นใจ” ในมุมมองของตัวเอง
➡️ Transition Words สำหรับ “การแสดงความคิดเห็น”
➡️ Transition Words สำหรับ “ความสัมพันธ์ด้านเวลา”
➡️ Transition Words สำหรับ “สถานที่”
➡️ Transition Words สำหรับ “คำเชื่อมสำหรับสรุปผล”
➡️ Transition Words แสดง “ความเป็นเหตุเป็นผล”
➡️ Transition Words แสดง “ความขัดแย้ง”
➡️ Transition Words สำหรับ “ยืนยัน” ความเห็นหรือความจริง
➡️ Transition Words แสดง “การยกตัวอย่าง”
➡️ Transition Words แสดง “การเปรียบเทียบ”
➡️ Transition Words แสดง “การพูดซ้ำหรืออธิบายเพิ่มเติม”
➡️ Transition Words แสดง “การเติมข้อมูล”
➡️ หลักการใช้คำเชื่อมในการสอบ IELTS Writing
การสอบ IELTS Writing จะแบ่งเป็นทั้งหมด 2 Task ซึ่ง Task ที่น้อง ๆ จะได้เขียน Essay ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Task ที่ 2 หรือที่หลายคนเรียกว่า IELTS Essay หนึ่งในหัวใจสำคัญของการสอบ IELTS และหากน้อง ๆ อยากได้คะแนน IELTS แบนด์สูง ๆ หรือ 6.0++ น้อง ๆ จะต้องฝึกเขียนให้บทความมีความ “ลื่นไหล อ่านง่าย และดูโปร” สิ่งที่จะมาช่วยทำให้บทความของน้อง ๆ ดูอ่านง่ายขึ้น คือ คำเชื่อม (Linking Words/Transition Words) ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไปโดยไม่รู้ว่ามีผลอย่างมากต่อ Band Score ด้าน Coherence and Cohesion โดยตรง
ในบทความนี้ The Planner จะพาน้อง ๆ มารู้จักกับการเขียน IELTS Writing แบบมือโปรในการใช้คำเชื่อมพร้อมเทคนิคการเลือกใช้ให้เหมาะสม รวมถึงแนะแนวทางให้ น้อง ๆ ฝึกเขียน Essay ได้อย่างน่าอ่านมากขึ้น!
📌 คำเชื่อมคืออะไรใน IELTS Essay?
คำเชื่อม (Linking Words/Transition Words) คือ คำหรือวลีที่ใช้เพื่อเชื่อมโยงความคิดระหว่างประโยค เพื่อให้การเขียนมีความลื่นไหลและสมบูรณ์ โดยช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความคิดของน้อง ๆ ได้ง่ายขึ้น
การใช้คำเชื่อมที่เหมาะสมช่วยให้การจัดระเบียบและความสอดคล้องของเนื้อหาดีขึ้น ซึ่งจะทำให้คะแนนในด้าน Coherence and Cohesion (ความสอดคล้องและความเชื่อมโยง) ของ IELTS Writing ดีขึ้นด้วย
🔍 คำเชื่อมและการใช้ในประโยค
1. Transition Words สำหรับ “การลำดับเหตุการณ์”
คำเชื่อมที่ใช้เพื่อแสดงลำดับหรือขั้นตอน เหมาะสำหรับการเขียน IELTS Writing เมื่อต้องอธิบายกระบวนการ ขั้นตอน หรือเรียงลำดับความคิดให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย
💡 Firstly – ขั้นแรก
ใช้เพื่อเริ่มต้นลำดับ หรือแสดงความคิดแรกในชุดของเหตุผล
→ Firstly, education plays a key role in reducing poverty.
💡 Secondly – ขั้นที่สอง
ใช้เพื่อแสดงเหตุผลหรือขั้นตอนถัดไปที่ต่อเนื่องจากประเด็นก่อนหน้า
→ Secondly, governments should invest more in teacher training.
💡 Thirdly – ขั้นที่สาม
ใช้เมื่อมีหลายเหตุผล และต้องการขยายประเด็นให้ครบถ้วนเป็นระบบ
→ Thirdly, technology should be integrated into classrooms to support learning.
💡 Finally – ขั้นสุดท้าย (เพื่อปิดประเด็นในลำดับ)
ใช้ปิดท้ายลำดับเหตุผลหรือข้อเสนอแนะในพารากราฟนั้น ๆ
→ Finally, parents must support their children’s education at home.
💡 Lastly – สุดท้าย (มักใช้กับข้อสรุปที่ไม่เป็นลำดับ)
ใช้เหมือนกับ “Finally” แต่โทนจะสุภาพหรือเป็นทางการมากกว่า
→ Lastly, I believe international cooperation is crucial to solve global issues.
💡 At the same time – ในเวลาเดียวกัน
ใช้เพื่อแสดงว่ามี 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือเกิดควบคู่กันไป
→ At the same time, we must protect the environment while pursuing economic growth.
💡 Meanwhile – ในขณะเดียวกัน (เชิงเปรียบเทียบหรือเปลี่ยนฉาก)
ใช้เพื่อเปลี่ยนฉากระหว่างสองสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่ในสถานการณ์ต่างกัน
→ Meanwhile, rural areas still lack access to clean water.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
2. Transition Words สำหรับ “ความมั่นใจ” ในมุมมองของตัวเอง
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เพื่อแสดงความมั่นใจในมุมมองของน้อง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากใน IELTS Writing เพราะมันช่วยให้ผู้ตรวจเห็นว่าเรามีจุดยืนที่ชัดเจน พร้อมเหตุผลสนับสนุน
💡 Certainly – อย่างแน่นอน
ใช้เมื่อต้องการแสดงความมั่นใจแบบหนักแน่นกับสิ่งที่เรากล่าว
→ Certainly, investing in renewable energy is crucial for future sustainability.
💡 Undoubtedly – อย่างไม่มีข้อสงสัย
ใช้เพื่อเน้นว่าสิ่งที่เรากล่าวไม่มีข้อโต้แย้งหรือเป็นความจริงชัดเจน
→ Undoubtedly, technology has transformed the way we communicate.
💡 Obviously – อย่างชัดเจน
ใช้เมื่อสิ่งที่กล่าวเป็นเรื่องที่ “เห็นได้ชัด” โดยไม่ต้องอธิบายมาก
→ Obviously, banning single-use plastics will help reduce waste.
💡 It is obvious/clear that – เห็นได้ชัดว่า…
ใช้ในบริบทที่ต้องการพูดเชิงวิเคราะห์อย่างชัดเจนและเป็นทางการขึ้น
→ It is clear that governments must take immediate action to address climate change.
💡 Definitely – อย่างแน่นอน
ใช้เมื่อเราต้องการเน้นหนักถึงความเชื่อของเราเกี่ยวกับแนวทางหรือผลลัพธ์
→ Definitely, public transport should be improved to reduce traffic congestion.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
3. Transition Words สำหรับ “การแสดงความคิดเห็น”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ช่วยให้น้อง ๆ สามารถขยายแนวคิดได้มากขึ้น เพิ่มน้ำหนักให้กับเหตุผล และทำให้บทความดูไหลลื่นเป็นธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับส่วนของเนื้อหาในการสอบ IELTS Writing
💡 Moreover – นอกจากนี้
ใช้เมื่อต้องการเสริมประเด็นให้มีน้ำหนักมากขึ้น (ระดับทางการ)
→ Moreover, implementing free education can reduce social inequality in the long term.
💡 Furthermore – ยิ่งไปกว่านั้น
ใช้เพื่อขยายความต่อจากประโยคก่อนหน้าแบบเน้นความสำคัญ (ทางการมากกว่า “Also”)
→ Furthermore, it helps boost students’ motivation and engagement in class.
💡 In addition – นอกจากนี้
ใช้ได้ทั้งในรูปแบบคำเชื่อมระหว่างประโยคและย่อหน้า
→ In addition, parents can play an essential role in encouraging reading habits at home.
💡 Besides – นอกจากนั้น
ใช้เมื่อต้องการเพิ่มข้อมูลที่สนับสนุนความคิดเห็นหลัก
→ Besides, reducing working hours could improve employees’ mental health.
💡 What’s more – ยิ่งไปกว่านั้น
เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นทางการมากนัก แต่ใช้ได้ใน IELTS Essay ถ้าใช้ในน้ำเสียงมั่นใจ
→ What’s more, this policy will benefit future generations.
💡 Apart from – นอกจาก…แล้ว
ใช้เพื่อแสดงอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
→ Apart from lowering costs, remote working also reduces traffic congestion.
💡 Also – เช่นกัน / ด้วย
เป็นคำธรรมดาที่ใช้เพิ่มไอเดียหรือย้ำประเด็นที่กล่าวมา
→ This strategy improves communication. Also, it enhances teamwork.
💡 Additionally – ยิ่งไปกว่านั้น (คล้าย In addition แต่ฟังดูชัดเจนกว่า)
เหมาะกับประโยคที่ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือหรือข้อมูลเสริมที่สำคัญ
→ Additionally, this approach aligns with global sustainability goals.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
4. Transition Words สำหรับ “ความสัมพันธ์ด้านเวลา”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ ความเปลี่ยนแปลงตามเวลา หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยให้งานเขียนของน้อง ๆ ดูลื่นไหล และเข้าใจลำดับเวลาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
💡 Afterward – หลังจากนั้น
ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดตามหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง
→ I finished the meeting. Afterward, I went straight home to rest.
💡 At the same time – ในขณะเดียวกัน
ใช้เมื่อมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
He was giving a presentation. At the same time, his phone kept ringing.
→ เน้นว่าเกิดขึ้น “ในเวลาเดียวกัน”
💡 Currently – ปัจจุบัน / ตอนนี้
ใช้เมื่อต้องการบอกถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
→ Currently, I’m working on a research project about climate change.
💡 Earlier – เมื่อก่อนหน้านี้ / เมื่อเช้านี้
ใช้เมื่อพูดถึงบางสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาปัจจุบันเล็กน้อย
→ Earlier, I saw a news article about rising fuel prices.
💡 Formerly – ก่อนหน้านี้ (อย่างเป็นทางการ)
ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เคยเป็นในอดีต แต่เปลี่ยนไปแล้ว
→ This area was formerly an industrial zone, but now it’s a public park.
💡 Immediately – ทันทีทันใด
ใช้เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากบางสิ่ง
→ I answered the phone immediately after it rang.
💡 In the future – ในอนาคต
ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
→ In the future, I plan to study abroad.
💡 In the meantime – ในระหว่างนั้น
ใช้เพื่อแสดงสิ่งที่เกิดขึ้น “ระหว่างรอ” สิ่งอื่น
→ The report is being finalized. In the meantime, I’m preparing the slides.
💡 In the past – ในอดีต
ใช้เมื่อกล่าวถึงรูปแบบ/เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว
→ In the past, people relied on newspapers to get news.
💡 Later – ต่อมา / ทีหลัง
ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดหลังจากอีกสิ่ง
→ We’ll have lunch first. Later, we’ll visit the museum.
💡 Meanwhile – ในขณะเดียวกัน
คล้าย “at the same time” แต่เน้นว่าอีกฝั่งกำลังทำสิ่งหนึ่งไปพร้อม ๆ กัน
→ The teacher was explaining the lesson. Meanwhile, some students were chatting.
💡 Previously – ก่อนหน้านี้
ใช้กล่าวถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น “ก่อนหน้าเวลาในเรื่องที่เล่า”
→ Previously, I worked as a graphic designer before becoming a teacher.
💡 Simultaneously – ขณะเดียวกัน (ทางการ)
ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
→ The two leaders were speaking simultaneously in separate locations.
💡 Subsequently – ต่อมา / ถัดจากนั้น (ทางการ)
ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิด “ต่อเนื่อง” กันอย่างมีลำดับ
→ The policy was revised. Subsequently, public approval increased.
💡 Then – จากนั้น
เป็นคำที่ใช้บ่อยที่สุดในลำดับเวลา เหมาะกับทั้งการเล่าเรื่องทั่วไปและข้อเขียน
→ I read the article, then I summarized it in my notebook.
💡 Until now – จนถึงตอนนี้
ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตหรือสถานการณ์
→ Until now, I had never visited a foreign country.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
5. Transition Words สำหรับ “สถานที่”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เพื่อระบุตำแหน่งหรือสถานที่ของสิ่งต่าง ๆ ช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น “ที่ไหน” หรือเกี่ยวข้องกับตำแหน่งใดในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่าเรื่องหรือบรรยายฉากในภาษาอังกฤษ
💡 Farther along – ไกลออกไป / ไปไกลกว่านี้
ใช้เพื่อพูดถึงตำแหน่งที่อยู่ต่อไปข้างหน้าในระยะทางหรือขั้นตอน
→ Farther along the trail, we found a hidden waterfall.
💡 In the back – ด้านหลัง
ใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่อยู่ “ข้างหลัง” ของบางสิ่ง
→ There’s a big garage in the back of the house.
💡 In front – ด้านหน้า
ใช้เพื่อบอกตำแหน่งที่อยู่ข้างหน้าบางสิ่ง
→ She stood in front of the mirror and smiled.
💡 Nearby – อยู่ใกล้ ๆ
ใช้เมื่อต้องการบอกว่าใกล้บริเวณนั้นมีสิ่งหนึ่งอยู่
→ There’s a nice coffee shop nearby if you want to take a break.
💡 On top of – ด้านบนของ
ใช้เมื่อบางสิ่งอยู่ด้านบนของอีกสิ่งหนึ่ง
→ There’s a bird’s nest on top of the old bookshelf.
💡 To the left (of) – ทางซ้ายมือ
ใช้เมื่ออธิบายตำแหน่งที่อยู่ด้านซ้ายของจุดอ้างอิงใดจุดหนึ่ง
→ To the left of the painting is a small antique clock.
💡 To the right (of) – ทางขวามือ
ตรงข้ามกับ to the left ใช้เมื่อสิ่งนั้นอยู่ทางขวาของบางสิ่ง
→ To the right of the stage was a VIP seating area.
💡 Under – ใต้ / ข้างล่าง
ใช้เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ด้านล่างของอีกสิ่ง
→ My shoes were under the table the whole time!
💡 Upon – บน / เมื่อ (ใช้ในเชิงกวีหรือทางการ)
แม้จะดูเหมือนเป็น Transition ด้านเวลา แต่ในบางบริบทก็แสดงการอยู่ “บน” บางสิ่งได้
→Upon the hill stood a lonely tree.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
6. Transition Words สำหรับ “คำเชื่อมสำหรับสรุปผล”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เมื่อต้องการสรุปความคิดเห็น ประเด็น หรือข้อมูลที่ได้พูดถึงก่อนหน้า ให้กระชับ ชัดเจน และจบอย่างมีน้ำหนัก ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจว่าน้อง ๆ กำลังเข้าสู่ส่วนสุดท้ายของเนื้อหาแล้ว
💡 And so – ดังนั้น
ใช้เพื่อเชื่อมโยงผลลัพธ์อย่างไม่เป็นทางการ
→ The weather was beautiful, and so we decided to have a picnic.
💡 After all – ท้ายที่สุดแล้ว / เมื่อพิจารณาทุกอย่าง
ใช้เพื่อเน้นการสรุปโดยมีเหตุผลหรือหลักฐานมาสนับสนุน
→ He may seem strict, but after all, he just wants us to succeed.
💡 At last – ในที่สุด
ใช้เมื่อบางสิ่งใช้เวลานานกว่าจะเกิดขึ้น
→ At last, they found their lost dog after two days of searching.
💡 Finally – ในที่สุด
คำนี้นิยมมากในบทความหรือเรียงความเมื่อปิดท้ายข้อคิดเห็น
→ Finally, we agreed to launch the project next week.
💡 In brief – สรุปสั้น ๆ
ใช้เมื่อต้องการสรุปให้กระชับในไม่กี่คำ
→ In brief, the results exceeded our expectations.
💡 In closing – สุดท้ายนี้
ใช้ในการกล่าวสุนทรพจน์ หรือบทความเมื่อจะจบการพูดหรือเขียน
→ In closing, I’d like to thank everyone for their support.
💡 In conclusion – สรุปแล้ว
เป็นหนึ่งในคำที่ใช้สรุปได้ชัดเจนมากที่สุด
→ In conclusion, education remains the key to social progress.
💡 To conclude – สรุปแล้ว
ใช้ในรูปแบบคล้าย “In conclusion” แต่สุภาพน้อยกว่านิดหน่อย
→ To conclude, we must act quickly to prevent further damage.
💡 To summarize – สรุปโดยย่อ
ใช้ในการสรุปข้อมูลที่กล่าวไปทั้งหมดอีกครั้งแบบรวบรัด
→ To summarize, the key points are cost, time, and quality.
💡 Generally / In general / Generally speaking – โดยทั่วไป
ใช้เมื่อกล่าวถึงภาพรวม ไม่เฉพาะเจาะจงรายละเอียดใด
→ In general, people value honesty and kindness.
💡 Overall – โดยรวมแล้ว / สรุปคือ
ใช้สรุปภาพรวมของสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าอย่างกระชับ
→ Overall, the feedback from customers has been positive.
💡 On the whole – โดยรวม
ใช้แทนคำว่า “overall” ได้เช่นกัน เพื่อให้สำนวนหลากหลาย
→ On the whole, the event was a success despite the weather.
💡 All things considered – เมื่อลองพิจารณาทุกด้านแล้ว
ใช้เมื่อคุณต้องการให้คนอ่านรู้ว่าคุณได้พิจารณาปัจจัยทั้งหมดก่อนสรุป
→ All things considered, moving to a smaller office may be the best option.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
7. Transition Words แสดง “ความเป็นเหตุเป็นผล”
คำเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงเหตุและผล ให้เนื้อหาของน้อง ๆ ลื่นไหลและมีเหตุมีผลมากขึ้น ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่า “เหตุการณ์ A ทำให้เกิดเหตุการณ์ B”
💡 Accordingly – ดังนั้น / ด้วยเหตุนี้
ใช้เมื่อสิ่งที่ตามมาคือผลลัพธ์จากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
→ She followed the recipe carefully, accordingly, the cake turned out perfect.
💡 And so – เพราะฉะนั้น / ดังนั้น
เป็นคำไม่ทางการมากนัก มักใช้ในบทสนทนาและบทความทั่วไป
→ He missed the bus, and so he arrived late.
💡 As a result – ผลที่ตามมา / ดังนั้น
ใช้เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์กับผลลัพธ์ที่ชัดเจน
→ The team worked overtime for weeks. As a result, the project was completed on time.
💡 Consequently – ดังนั้น / ผลที่ตามมา
ให้ความรู้สึกเป็นทางการมากกว่า “so” หรือ “and so”
→ It rained all night, consequently, the road was flooded.
💡 For this reason – ด้วยเหตุนี้
ใช้เมื่อเน้นสาเหตุอย่างชัดเจนที่นำไปสู่ผลลัพธ์
→ I enjoy working with children. For this reason, I chose to become a teacher.
💡 Hence – ดังนั้น / เพราะฉะนั้น
คำนี้ใช้ในบริบททางการ มักพบในงานวิจัยหรือบทวิเคราะห์
→ He didn’t follow the instructions, hence, the experiment failed.
💡 So – ดังนั้น
เป็นคำง่าย ใช้ได้ทั้งพูดและเขียนทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเรียน
→I was hungry, so I made a sandwich.
💡 Therefore – ดังนั้น / ด้วยเหตุนี้
ใช้บ่อยในการเขียนที่เป็นทางการ เพื่อแสดงความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผล
→ She practiced every day, therefore, she improved quickly.
💡 Thus – ดังนั้น / เพราะฉะนั้น
คล้ายกับ “therefore” แต่สั้นและนิยมใช้ในการเขียนมากกว่าการพูด
→ He forgot to set his alarm, thus, he missed the meeting.
💡 Then – จากนั้น / ต่อมา
แม้จะไม่เน้น “เหตุผล” โดยตรง แต่ใช้บ่อยในลำดับเหตุการณ์ที่สื่อถึงผลลัพธ์ต่อเนื่อง
→ She finished her homework, then she went out with friends.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
8. Transition Words แสดง “ความขัดแย้ง”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เมื่อต้องการแสดงความแตกต่าง ความขัดแย้ง หรือมุมมองตรงข้าม ระหว่างสองประโยคหรือแนวคิด เช่น “แต่”, “ในทางตรงกันข้าม”, “อย่างไรก็ตาม”
💡 But – แต่
คำพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปเพื่อแสดงความขัดแย้งระหว่าง 2 ประโยค
→ I like chocolate, but I’m trying to cut back on sugar.
💡 Yet – แต่ / อย่างไรก็ตาม
มีความหมายใกล้เคียงกับ “but” แต่ให้โทนนุ่มนวลกว่า และมักใช้ในการเขียน
→ He is very strict, yet his students love him.
💡 However – อย่างไรก็ตาม / แต่
ใช้เพื่อแสดงความขัดแย้งแบบสุภาพ เป็นทางการกว่าคำว่า “but”
→ The instructions were clear, however, I still made mistakes.
💡 Nevertheless – แต่อย่างไรก็ตาม
มีน้ำเสียงคล้าย “however” แต่เป็นทางการมากกว่าเล็กน้อย และแสดงถึงความ “แม้จะมีอุปสรรคแต่ก็…”
→ It was raining heavily, nevertheless, we went for a walk.
💡 In contrast – ในทางตรงกันข้าม
ใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองสิ่งอย่างชัดเจน
→ The north is very cold. In contrast, the south is warm and sunny.
💡 On the contrary – ในทางกลับกัน
ใช้เมื่อเน้นว่าความคิดตรงข้ามนั้น “ขัดแย้งโดยสิ้นเชิง” กับสิ่งที่เพิ่งพูด
→ Some say she’s unfriendly. On the contrary, she’s one of the kindest people I know.
💡 Instead – แทนที่
ใช้เพื่อแสดงว่าคุณเลือกทางเลือกหนึ่ง แทน สิ่งที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก
→ I didn’t buy a car. Instead, I chose to save money.
💡 On the other hand – ในอีกด้านหนึ่ง / อีกมุมหนึ่ง
ใช้เมื่อต้องการแสดงมุมมองหรือข้อเปรียบเทียบอีกด้าน
→ I love living in the city. On the other hand, it can be noisy and crowded.
💡 Still – ถึงอย่างนั้น / ก็ยัง
แม้จะมีสิ่งขัดแย้งหรือเป็นอุปสรรค แต่ “ก็ยังคง” เกิดสิ่งหนึ่งขึ้น
→ The job is tough. Still, I enjoy the challenge.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
9. Transition Words สำหรับ “ยืนยัน” ความเห็นหรือความจริง
Transition Words ประเภทนี้ใช้เพื่อเน้นว่า สิ่งที่พูดเป็นความจริง หรือเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่น ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับประโยค
💡 In fact – ในความเป็นจริง
ใช้เพื่อย้ำความจริงหรือข้อมูลที่อาจขัดแย้งกับความเข้าใจเดิมของผู้ฟัง/ผู้อ่าน
→ He seems calm. In fact, he’s very nervous inside.
💡 Indeed – อย่างแท้จริง / จริง ๆ แล้ว
ใช้เพื่อเน้นหรือยืนยันสิ่งที่เพิ่งพูดไป และทำให้ดูมีน้ำหนักมากขึ้น
→ The trip was amazing. Indeed, it was the best experience of my life.
💡 Yes – ใช่ / ได้
เป็นคำพื้นฐานในการ “ยืนยัน” การตอบรับหรือแสดงความเห็นด้วย
→ Yes, I’ve already completed the assignment.
💡 No – ไม่
คำปฏิเสธที่แสดงการไม่เห็นด้วยหรือปฏิเสธข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง
→ No, we haven’t received the email yet.
💡 Especially – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
แม้จะไม่ใช่คำยืนยันตรง ๆ แต่ใช้เพื่อเน้นข้อมูลบางส่วนที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ
→ Healthy eating is important, especially for people with medical conditions.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
10. Transition Words แสดง “การยกตัวอย่าง”
คำเชื่อมประเภทนี้ใช้เพื่อ ขยายความ หรือ แสดงตัวอย่าง ให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
💡 For example – ตัวอย่างเช่น
ใช้แสดงตัวอย่างทั่วไปจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า
→ There are many ways to stay healthy. For example, you can eat more vegetables and exercise regularly.
💡 For instance – ตัวอย่างเช่น
มีความหมายใกล้เคียงกับ “for example” แต่ใช้ได้ทั้งในภาษาเขียนและภาษาพูดที่เป็นทางการ
→ There are several apps that help you focus. For instance, “Forest” and “Focus To-Do” are very effective.
💡 As an example – เพื่อเป็นตัวอย่าง
ใช้แสดงกรณีเฉพาะเพื่ออธิบายหรือสนับสนุนแนวคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
→ As an example, take the case of Elon Musk, who constantly pushes boundaries in technology.
💡 To illustrate – เพื่อแสดงให้เห็น/ยกตัวอย่าง
ใช้เมื่อผู้เขียนต้องการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
→ To illustrate, let’s consider what would happen if schools banned homework entirely.
💡 Specifically – โดยเฉพาะคือ
ใช้เพื่อเจาะจงตัวอย่างหรือรายละเอียดในหมวดหมู่ที่กว้าง
→ Students need more support. Specifically, those with learning disabilities benefit from one-on-one tutoring.
💡 Thus – ดังนั้น
แม้โดยทั่วไปจะใช้แสดง “ผลลัพธ์” แต่สามารถใช้เชื่อม ตัวอย่างที่เป็นผลสืบเนื่อง ได้เช่นกัน
→ We forgot to bring water. Thus, we became dehydrated during the hike.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
11. Transition Words แสดง “การเปรียบเทียบ”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เมื่อต้องการแสดงว่าสองสิ่งมีลักษณะหรือแนวคิดคล้ายกัน หรือเกิดในลักษณะเดียวกัน ช่วยทำให้การเขียนมีความลื่นไหลและเชื่อมโยงความคิดได้ดีขึ้น
💡 Likewise – ในทำนองเดียวกัน
ใช้เมื่อเราต้องการบอกว่าอีกสิ่งหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกัน กับสิ่งที่กล่าวมาก่อน
→ Regular exercise can reduce stress. Likewise, meditation can improve your mental well-being.
💡 Similarly – ในทำนองเดียวกัน
มีความหมายใกล้เคียงกับ “likewise” แต่ใช้บ่อยใน งานเขียนที่เป็นทางการ หรืออธิบายแนวคิดวิชาการ
→ Working in a quiet environment increases productivity. Similarly, limiting distractions helps maintain focus.
💡 In the same way – ในลักษณะเดียวกัน
ใช้เมื่อเราต้องการสื่อว่าวิธีการหนึ่ง สามารถใช้กับอีกกรณีได้ด้วย
→ Parents influence their children’s behavior. In the same way, teachers shape students’ attitudes in school.
💡 By the same token – ด้วยเหตุผลเดียวกัน / โดยวิธีเดียวกัน
มักใช้ใน งานเขียนวิเคราะห์หรือถกเถียง เพื่อชี้ว่าหากสิ่งหนึ่งเป็นจริง อีกสิ่งก็เป็นจริงด้วยด้วยเหตุผลเดียวกัน
→ Freedom of speech is essential in a democracy. By the same token, freedom of the press must also be protected.
💡 In like manner – ในลักษณะเดียวกัน
เป็นรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการของ “in the same way” หรือ “similarly”
→ She prepared her slides with care and precision. In like manner, she practiced her speech several times.
💡 In similar fashion – ในรูปแบบที่คล้ายกัน
มักใช้ในเชิง กระบวนการหรือขั้นตอน ที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กัน
→ The manager reviewed last month’s reports thoroughly. In similar fashion, she is now analyzing this month’s data.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
12. Transition Words แสดง “การพูดซ้ำหรืออธิบายเพิ่มเติม”
คำเชื่อมในกลุ่มนี้มักใช้เพื่อ อธิบายซ้ำอีกครั้งให้ชัดเจนขึ้น, สรุปเนื้อหาสั้นๆ, หรือ แปลความหมายของประโยคก่อนหน้า ให้เข้าใจง่ายขึ้น
💡 In other words – กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ใช้เมื่อต้องการ อธิบายซ้ำ โดยเปลี่ยนสำนวนหรือคำให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือเน้นย้ำให้ชัดเจน
→ Too much screen time can damage your eyes. In other words, looking at screens all day is harmful to your vision.
💡 To put it differently – กล่าวให้แตกต่างออกไป
คล้ายกับ “in other words” แต่ฟังดู ทางการและสุภาพกว่าเล็กน้อย ใช้ได้ในงานเขียนหรือการพูดที่ต้องการความน่าเชื่อถือ
→ He didn’t take the job because of the salary. To put it differently, he felt undervalued.
💡 In simpler terms – พูดง่ายๆ
เหมาะสำหรับใช้ แปลความศัพท์หรือแนวคิดยากๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น ในงานวิทยาศาสตร์ หรือคำอธิบายทั่วไป
→ Photosynthesis is how plants convert sunlight into energy. In simpler terms, plants make their own food using light.
💡 That is (to say) – หมายความว่า
ใช้เมื่อต้องการ อธิบายหรือขยายความ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแนวคิดก่อนหน้าอาจคลุมเครือ
→ She is a polyglot. That is, she can speak many languages fluently.
💡 In short – พูดโดยสรุป
ใช้เมื่อต้องการ สรุปประเด็นหรือข้อมูลก่อนหน้าให้สั้น กระชับ
→ We’ve discussed the budget, schedule, and tasks. In short, we’re ready to start the project.
→ เหมาะในตอนท้ายของย่อหน้าหรือบทพูด
💡 To repeat / Let me repeat – ขอพูดซ้ำอีกครั้ง
ใช้เมื่อต้องการ เน้นประเด็นสำคัญ หรือย้ำให้ผู้ฟัง/ผู้อ่านใส่ใจ โดยเฉพาะในงานพูดหรือการสอน
→ To repeat, attendance is mandatory for all students.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
13. Transition Words แสดง “การเติมข้อมูล”
คำเชื่อมกลุ่มนี้ใช้เพื่อ เพิ่มข้อมูล, เสริมประเด็น, หรือ จัดลำดับความคิด ในการสื่อสารให้ครบถ้วนและเป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้เนื้อหาน่าสนใจและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
💡 And – และ
เป็นคำเชื่อมพื้นฐานที่ใช้ในการ รวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน
→ I enjoy reading and writing in my free time.
💡 Also – ก็…อีกด้วย
ใช้เพื่อ เสริมข้อมูลเพิ่มเติม ที่เกี่ยวข้องกับประโยคก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
→ She’s good at painting. She also enjoys photography.
💡 Besides – นอกจากนี้ / ยิ่งไปกว่านั้น
มักใช้เพื่อ เพิ่มข้อมูลใหม่ที่ช่วยเสริมจุดเด่น หรือทำให้เนื้อหาครบมากขึ้น
→ Besides being friendly, he’s very responsible at work.
💡 In addition – นอกจากนั้น / อีกทั้ง
ใช้ในภาษาเขียนหรือการพูดที่ต้องการให้ฟังดู เป็นทางการและมีน้ำหนักมากขึ้น
→ In addition to the hotel discount, guests get free breakfast.
💡 Furthermore – ยิ่งไปกว่านั้น
ใช้เพื่อเพิ่ม ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องและสนับสนุนเนื้อหาเดิมอย่างเข้มข้น
→ The course is interesting. Furthermore, it’s very useful for your career.
💡 Moreover – นอกจากนี้
คล้ายกับ furthermore แต่เน้นว่า ข้อมูลที่เพิ่มเข้ามานั้นมีความสำคัญไม่แพ้กัน
→ It’s a good movie. Moreover, the acting is excellent.
💡 First / Second / Third – ขั้นที่หนึ่ง / สอง / สาม
ใช้เพื่อแสดง ลำดับขั้นตอนหรือเหตุการณ์ อย่างเป็นระบบ เหมาะกับการเขียนอธิบายกระบวนการ
→ First, clean the surface. Second, apply the paint. Third, let it dry completely.
💡 To begin with / Next / Finally – เริ่มต้นด้วย / ต่อไป / สุดท้าย
ใช้ในการจัดลำดับ เนื้อหาหรือกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เหมาะกับทั้งงานเขียนและพูด
→ To begin with, we’ll introduce the topic. Next, we’ll discuss the details. Finally, we’ll summarize the key points.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
🌟 หลักการใช้คำเชื่อมในการสอบ IELTS Writing
- ใช้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประโยคหรือแนวคิด เช่น การเพิ่มข้อมูล การเปรียบเทียบ การสรุป ฯลฯ
คำเชื่อมช่วยให้ผู้อ่านเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประโยค เช่น เหตุ-ผล, การเปรียบเทียบ, การเพิ่มข้อมูล ฯลฯ
→ She studied very hard. Therefore, she passed the exam.”
- เลือกใช้ให้เหมาะกับ “ประเภทของความสัมพันธ์”
Transition words มีหลายกลุ่ม น้อง ๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามหน้าที่ของแต่ละคำเชื่อมที่ต่างกัน
- อย่าใช้ซ้ำในบริบทใกล้กัน
เพื่อให้สำนวนไม่ซ้ำซาก ควรใช้คำหลากหลาย เช่น
❌ Moreover, she is smart. Moreover, she is kind.
✅ Moreover, she is smart. In addition, she is kind.
- ใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง
ถ้าคำเชื่อมอยู่ต้นประโยค ให้ใส่ “,” หลังคำเชื่อม
→ However, this is not the only solution.
ถ้าอยู่กลางประโยค ให้คั่นด้วย comma ทั้งสองฝั่ง (ถ้าจำเป็น)
→ This solution, however, is not always effective.
- ใช้เท่าที่จำเป็น อย่าใส่คำเชื่อมในทุกประโยค
หากใช้มากเกินไป อาจทำให้ประโยคฟังดูยุ่งยากหรือไม่เป็นธรรมชาติ เช่น
❌ Furthermore, moreover, in addition, she is kind and supportive.
✅ Moreover, she is kind and supportive.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
📖 โครงสร้างการใช้คำเชื่อม Linking Words / Transition Words ในการสอบ IELTS
🔹 โครงสร้างที่ 1
Sentence A + . + Transition Word, + Sentence B.
→ I forgot my umbrella. Therefore, I got wet on the way home.
🔹 โครงสร้างที่ 2
Sentence A + ; + Transition Word, + Sentence B.
→ She loves cooking; furthermore, she enjoys hosting dinner parties.
🔹 โครงสร้างที่ 3
Sentence A + , + Transition Word + , + Sentence B.
→ This method, however, does not always guarantee success.
ปรึกษาคอร์สเรียน IELTS หรือคอร์สติวเข้าอินเตอร์อื่น ๆ มีการันตีสอบผ่าน* ได้ที่
❗ ข้อควรระวังในการใช้คำเชื่อม Linking Words / Transition Words ในการสอบ IELTS Writing
- ใช้คำเชื่อมผิดหน้าที่
หลายคนใช้คำเชื่อมแบบไม่เข้าใจหน้าที่จริงของมัน เช่น ใช้ “However” ในประโยคที่ต้องการแสดงการเพิ่มข้อมูล แทนที่จะใช้ “Moreover” หรือ “In addition”
❌ She studies hard. However, she loves reading. (ต้องการจะเพิ่มข้อมูล ไม่ใช่เปรียบเทียบ)
✅ She studies hard. Moreover, she loves reading.
- ใช้คำเชื่อมเยอะเกินไป
การใส่คำเชื่อมในทุกประโยคจะทำให้เขียนหรือพูดดู “เยิ่นเย้อ” และไม่เป็นธรรมชาติ ควรใช้เฉพาะเมื่อต้องการชี้ให้เห็น “ความสัมพันธ์” ระหว่างแนวคิด
❌ First, I woke up. Then, I got dressed. Next, I ate breakfast. After that, I brushed my teeth. Finally, I went to school.
✅ I woke up and got dressed. After breakfast, I brushed my teeth and went to school.
- วางตำแหน่งคำเชื่อมผิด
บางคำต้องอยู่หน้าประโยค เช่น “Therefore,” หรือ “However,” แต่บางคำเช่น “too” มักอยู่ท้ายประโยคการวางผิดตำแหน่งทำให้ประโยคอ่านยากหรือสื่อความผิด
❌ I therefore went home, was tired.
✅ I was tired. Therefore, I went home.
- ละเครื่องหมายวรรคตอนที่จำเป็น
คำเชื่อมส่วนใหญ่มักต้องตามด้วยเครื่องหมาย comma (,) หรือ semicolon (;) การลืมใส่ทำให้ประโยคดูสับสน
❌ I was tired therefore I went to bed.
✅ I was tired. Therefore, I went to bed.
- ใช้ซ้ำคำเดิมบ่อยเกินไป
เช่น ใช้ “Also”, “And”, หรือ “Moreover” ซ้ำในทุกประโยค ให้หัดสลับใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียง
❌ I love to read books. Also, I love to write stories. Also, I enjoy watching movies.
✅ I love to read books. In addition, I love to write stories. Moreover, I enjoy watching movies.
🔥 น้อง ๆ ที่อยากเขียน IELTS Essay ให้ได้ Band 6.0+ ขึ้นไป ต้องมีเทคนิค! รู้แค่คำเชื่อมไม่พอ สิ่งสำคัญคือต้อง “วางโครงสร้างให้เป็น” และ “เลือกใช้คำให้เหมาะกับคำถาม” ซึ่งถ้าน้อง ๆ ยังไม่รู้จะติว IELTS ที่ไหนดี พี่ ๆ The Planner ก็พร้อมสอนตั้งแต่พื้นฐานน้อง ๆ ที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษก็สามารถเรียนคอร์ส IELTS ที่ The Planner เพื่อไปสอบ IELTS ให้ได้แบนด์สูงได้ เพราะที่ The Planner แบบเจาะลึก! ทั้ง 4 ทักษะ ไม่ว่าจะเป็น Listening, Speaking, Reading และ Writing สนใจคอร์สเรียน IELTS ที่สอนเน้นเทคนิคจริง พร้อมพาเขียนและตรวจ Essay แบบละเอียด สามารถปรึกษาแอดมินก่อนได้เลย หรือหากน้อง ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และต้องการอัปคะแนน IELTS ที่สถาบัน The Planner Education ก็มีคอร์สเรียน IELTS ในรูปแบบ VDO ให้น้อง ๆ ด้วยเช่นกัน
สนใจติว GED | IGCSE | A-LEVEL | SAT | IELTS | ACT | GSAT | TOEFL-MUIC/MUIDS | CU-TEP | CU-AAT | CU-ATS | TU-GET | IB | AP | Academic Writing


