
IELTS 6.5 ทำอะไรได้บ้าง? เปิดประตูสู่ต่างประเทศ ทุนการศึกษา และมหาวิทยาลัยชั้นนำ
หลายคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS อาจสงสัยว่าคะแนน IELTS 6.5 พอไหม? หรือถ้าได้ IELTS 6.5 แล้วจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคือ IELTS ใช้ยื่นได้มากกว่าที่คิด เพราะ IELTS 6.5 สามารถใช้ยื่นไปเรียนต่อต่างประเทศ การยื่นขอทุนการศึกษา หรือการสมัครเข้าคณะและหลักสูตรชั้นนำทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยในไทยด้วย
IELTS 6.5 เทียบกับระดับภาษาอื่นอย่างไร?
ก่อนจะรู้ว่า คะแนน IELTS 6.5 ทำอะไรได้ ควรเข้าใจก่อนว่ามันอยู่ในระดับไหน ระบบ IELTS CEFR (Common European Framework of Reference) กำหนดให้คะแนน 6.5 อยู่ในระดับ B2-C1 ซึ่งหมายความว่าผู้สอบมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับ “ผู้ใช้งานที่มีความสามารถ” สามารถเข้าใจเนื้อหาทางวิชาการ สื่อสารในสภาพแวดล้อมมืออาชีพ และเขียนงานเชิงวิเคราะห์ได้ดี
คะแนน IELTS 6.5 คือขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยและทุนการศึกษาส่วนใหญ่ทั่วโลกต้องการสำหรับระดับปริญญาโทและหลักสูตรนานาชาติ ทำให้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนและคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ
1. ไปเรียนต่อต่างประเทศได้หลายประเทศ
IELTS 6.5 คือคะแนนขั้นต่ำที่ระบุโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำในหลายประเทศ ได้แก่
- สหราชอาณาจักร ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนต่อมากที่สุด มหาวิทยาลัยอังกฤษแทบทุกแห่งยอมรับ IELTS 6.5 ขึ้นไปสำหรับหลักสูตรปริญญาโท เช่น Cardiff University, University of Sheffield, University of Leeds และอีกหลายแห่ง
- ออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight อย่าง University of Melbourne, ANU และ University of Sydney มักต้องการ IELTS 6.5 สำหรับหลักสูตรทั่วไป
- เยอรมนี หลักสูตรนานาชาติหลายแห่งในเยอรมนีรับ IELTS 6.5 โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- แคนาดา และนิวซีแลนด์ ทั้งสองประเทศรับ IELTS 6.5 สำหรับปริญญาโทในสาขาส่วนใหญ่ และยังเป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียนอีกด้วย
ทั้งนี้บางหลักสูตรอาจต้องการคะแนนรายทักษะ (band score) ขั้นต่ำด้วย เช่น Writing ต้องได้อย่างน้อย 6.0 แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง
2. ยื่นขอทุนการศึกษา
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ IELTS 6.5 กลายเป็นคะแนนที่ต้องมี สำหรับคนที่วางแผน IELTS ขอทุน เพราะทุนชื่อดังระดับโลกที่คนไทยนิยมสมัครต่างกำหนดให้ใช้คะแนนนี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำพอดี
ทุนยอดนิยมที่ใช้ IELTS 6.5 ในการยื่นสมัคร
🎓 Chevening Scholarship (สหราชอาณาจักร) หนึ่งในทุนที่คนไทยสนใจสมัครมากที่สุด เป็นทุนเต็มจำนวนจากรัฐบาลอังกฤษสำหรับปริญญาโท 1 ปี ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพรายเดือน และค่าเดินทาง ต้องการ IELTS Academic ≥ 6.5 (แต่ละทักษะ ≥ 5.5) และประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 2 ปี ดูรายละเอียดที่ chevening.org
🎓 DAAD Scholarship (เยอรมนี) ทุนจาก Deutscher Akademischer Austauschdienst หนึ่งในองค์กรให้ทุนการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดรับผู้สมัครระดับปริญญาโทและปริญญาเอก หลักสูตรภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ต้องการ IELTS 6.5 ขึ้นไป ข้อมูลเพิ่มเติมที่ daad.org
🎓 Australia Awards ทุนรัฐบาลออสเตรเลียที่เปิดรับผู้เรียนจากไทยโดยตรง ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าครองชีพ กำหนดให้มี IELTS 6.5 เป็นขั้นต่ำ
🎓 Erasmus Mundus (ยุโรป) โครงการทุนระดับปริญญาโทจากสหภาพยุโรป เรียนในมหาวิทยาลัยหลายประเทศในยุโรป มักกำหนด IELTS 6.5 ขึ้นไปสำหรับหลักสูตรที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ
🎓 Fulbright Scholarship (สหรัฐอเมริกา) ทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เน้นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและการวิจัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายด้านการศึกษาหรือวิจัยในอเมริกา ดูรายละเอียดสำหรับผู้สมัครชาวไทยที่ fulbrightthai.org
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยในประเทศต่าง ๆ ที่มีทุนการศึกษา ซึ่งสามารถค้นหาทุนอื่น ๆ ที่รับ IELTS เพิ่มเติมได้
3. ยื่นเข้าคณะและมหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก รวมถึงอินเตอร์ในไทย
สำหรับคนที่ต้องการ IELTS ยื่นมหาลัย คะแนน 6.5 ถือว่าเปิดโอกาสได้กว้างมาก ทั้งมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและหลักสูตรนานาชาติในไทยเอง
มหาวิทยาลัยต่างประเทศชั้นนำส่วนใหญ่รับ IELTS 6.5 สำหรับหลักสูตรปริญญาโท โดยเฉพาะสาขา Business Administration, International Relations, Education, Arts, Social Sciences และ Humanities
คณะอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยไทย คะแนน IELTS 6.5 ยังเป็นที่ต้องการสำหรับหลักสูตรนานาชาติในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่ง เช่น
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติหลายคณะกำหนด IELTS 6.5 เป็นขั้นต่ำ ได้แก่ หลักสูตรบริหารธุรกิจ (ฺBBA), เศรษฐศาสตร์ (EBA), นิเทศศาสตร์ (BCM) และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ (ISE)
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจนานาชาติ (BBA) กำหนด IELTS ≥ 6.5 เช่นกัน
ทั้งนี้แนะนำให้เช็กตรงกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละมหาวิทยาลัย เพราะบางคณะอาจกำหนดต่างกันในแต่ละรอบรับสมัคร
เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ IELTS 6.5?
การสอบ IELTS มีสองรูปแบบหลัก คือ Academic (สำหรับเรียนต่อระดับอุดมศึกษา) และ General Training (สำหรับทำงานหรืออพยพ) สำหรับการยื่นมหาวิทยาลัยและทุนการศึกษา ต้องใช้แบบ Academic เท่านั้น
คะแนน IELTS 6.5 ต้องการความสมดุลในทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking ซึ่งหลายคนมักพบว่า Writing และ Speaking คือพาร์ทที่ยากที่สุดและกดคะแนนโดยรวมลง การเรียนกับครูเชี่ยวชาญที่สอนเทคนิคเฉพาะในแต่ละทักษะ จึงทำให้พัฒนาได้เร็วกว่าการอ่านหนังสือเอง
เรียน IELTS กับ The Planner Education การันตีแบนด์ 6.5
The Planner Education เปิดติว IELTS แบบครบวงจร ทั้งรูปแบบ เรียนสด ที่ได้ฝึกกับครูตัวต่อตัวและในชั้นเรียน แบบเรียนสดผ่านออนไลน์ มีการการันตีแบนด์ 6.5 ให้กับผู้เรียน และแบบ vdoGO ซึ่งเป็นคอร์สวิดีโอออนไลน์ที่เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โดยทุกคอร์สออกแบบมาเพื่อสอนครบทั้ง 4 ทักษะ พร้อมเทคนิคอัปแบนด์เฉพาะในแต่ละพาร์ท
IELTS 6.5 คุ้มค่าแค่ไหน?
ถ้าถามว่า IELTS 6.5 ทำอะไรได้บ้าง คำตอบสั้น ๆ คือ เกือบทุกอย่างที่วางแผนสำหรับเรื่องต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียนต่อในฝันที่ UK, ออสเตรเลีย หรือยุโรป การยื่นขอทุนระดับนานาชาติอย่าง Chevening หรือ DAAD หรือการสมัครหลักสูตรนานาชาติในไทย คะแนนนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ไปเรียนต่อต่างประเทศได้
แน่นอนว่าคะแนนสูงกว่า 6.5 ย่อมดีกว่าเสมอ แต่สำหรับผู้ที่กำลังวางแผน การตั้งเป้าให้ถึง 6.5 ก่อนเป็นก้าวแรกที่ชาญฉลาดและเป็นไปได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีคอร์สที่การันตีผลให้





