Quick Overview
- ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน? GED ทั้ง 4 วิชาสามารถแยกสอบได้ เลือกตามพื้นฐานความยาก-ง่ายของแต่ละคนได้
- ควรใช้ GED Mock Test ช่วยดูว่าพร้อมสอบวิชาไหนมากที่สุด
- ลำดับการสอบ GED ควรดูจากพื้นฐานและช่วงเวลาที่ต้องใช้วุฒิประกอบกันด้วย
สิ่งที่ต้องรู้ในการสอบ GED
การสอบ GED มีทั้งหมด 4 วิชา และแต่ละวิชาแยกสอบออกจากกัน ได้แก่ Mathematical Reasoning, RLA, Science และ Social Studies โดยต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนจาก 200 คะแนนในแต่ละวิชา จึงจะผ่านครบตามเกณฑ์ GED
| วิชา | เนื้อหาที่ออกสอบ | เวลาสอบ |
| Mathematical Reasoning |
|
115 นาที |
| Reasoning Through Language Arts (RLA) |
|
150 นาที |
| Science |
|
90 นาที |
| Social Studies |
|
70 นาที |
สอบเทียบ GED ไม่จำเป็นต้องสอบทั้ง 4 วิชาในครั้งเดียว จึงสามารถวางแผนเรียนและสอบตามความพร้อมของแต่ละวิชาได้
ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน? เลือกลำดับอย่างไรให้เหมาะกับพื้นฐาน
การสอบ GED สามารถจัดลำดับการสอบได้เอง ขึ้นอยู่กับพื้นฐานและจุดแข็งของแต่ละคน วันนี้มีแนวทางการจัดลำดับการสอบมาฝาก ดังนี้
1. เริ่มจากวิชาที่ถนัดมากที่สุด
ถ้ามีวิชาที่ถนัดมากที่สุด สามารถเริ่มจากวิชานั้นก่อนได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าน้อง ๆ ถนัดการคำนวณ มีพื้นฐาน Algebra และวิเคราะห์กราฟได้ดี การเริ่มจาก GED Mathematical Reasoning อาจเหมาะกว่า เพราะข้อสอบ Math เน้น Basic Math, Geometry, Algebra รวมถึง Graphs and Functions ในทางกลับกัน ถ้าพื้นฐาน Science ดีและคุ้นเคยกับการอ่านกราฟ การทดลอง และการตีความข้อมูล ก็อาจพร้อมสอบ Science ก่อน Math ได้เช่นกัน แล้วจึงกลับมาเตรียมตัวสอบสำหรับวิชาอื่น ๆ เพิ่มเติม
2. ดูระดับภาษาอังกฤษของตัวเอง
แม้ข้อสอบ GED จะไม่ได้เป็นข้อสอบวัดภาษาอังกฤษโดยตรง แต่ทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ จึงต้องมีทักษะ Reading ในระดับที่สามารถทำความเข้าใจคำถามและข้อมูลได้
โดยเฉพาะ RLA ที่เน้น Reading, การวิเคราะห์ Arguments, Grammar และมี Extended Response หรือ Essay ส่วน Social Studies และ Science ก็ต้องอ่าน Passage กราฟ ตาราง และใช้ข้อมูลเพื่อตอบคำถามเช่นกัน
ดังนั้น ถ้าพื้นฐานภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง แต่ Math ค่อนข้างดี อาจเลือกเตรียม Math ก่อน พร้อมกับค่อย ๆ พัฒนา Reading ไปควบคู่กัน
3. ใช้ Mock Test ช่วยตัดสินใจ
นอกจากประเมินจากความถนัด น้อง ๆ สามารถทดลองสอบ GED Mock Test เพื่อวัดความพร้อมทั้ง 4 วิชาก่อนไปสอบจริง แล้วดูว่า
- วิชาไหนทำได้ดีที่สุด
- วิชาไหนยังพลาดบาง Topic
- วิชาไหนต้องใช้เวลาอ่านเพิ่ม
- วิชาไหนอยู่ใกล้ระดับพร้อมสอบแล้ว
ในเว็บไซต์ GED Official มี GED Ready Practice Test สำหรับประเมินความพร้อมก่อนเข้าสอบจริงในแต่ละวิชา และยังมี Sample Test ให้ลองทำความคุ้นเคยกับข้อสอบด้วย สำหรับน้อง ๆ ที่เรียน GED กับ The Planner จะได้ทำข้อสอบ GED Ready พร้อมรับแนวข้อสอบ GED อัปเดตล่าสุด
ดังนั้น ถ้าถามว่า ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน วิธีที่เหมาะกว่า คือประเมินพื้นฐานของตัวเองก่อน แล้วจัดลำดับจากวิชาที่พร้อมที่สุดไปยังวิชาที่ต้องใช้เวลาเตรียมเพิ่ม
ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มติว GED วิชาไหนก่อน?
ให้พี่แพลนเนอร์ช่วยประเมินพื้นฐานและวางแผนการเรียน GED ทั้ง 4 วิชาให้เหมาะกับเป้าหมายและ Timeline ของน้อง ๆ ปรึกษาเลย
ควรเตรียม GED ทีละวิชา หรือหลายวิชาพร้อมกัน?
เตรียม GED ทีละวิชา
อาจเหมาะกับน้องที่อยากโฟกัสเนื้อหาให้จบทีละเรื่อง หรือมีพื้นฐานแต่ละวิชาแตกต่างกันมาก เช่น Math พร้อมสอบแล้ว แต่ RLA ยังต้องใช้เวลาพัฒนา Reading และ Writing อีกพอสมควร
ข้อดี คือ สามารถให้เวลากับวิชาหนึ่งได้เต็มที่ เมื่อพร้อมแล้วจึงเข้าสอบและค่อยไปต่อวิชาถัดไป
เตรียมหลายวิชาพร้อมกัน
เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานหลายวิชา หรือมี Deadline ที่ต้องใช้วุฒิชัดเจน เช่น ต้องการสอบ GED ให้ครบเพื่อเทียบวุฒิ ม.ปลาย เตรียมสมัครมหาวิทยาลัย
เพราะฉะนั้น ลำดับเรียนกับลำดับสอบไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน สิ่งสำคัญคือดูว่ารูปแบบไหนทำให้จัดเวลาได้จริงและไม่กระจายการอ่านมากจนเกินไป
วางแผนสอบ GED อย่างไรให้ทันเป้าหมาย?
ถ้ามีเป้าหมายว่าจะใช้ GED เพื่อเทียบวุฒิ ม.ปลาย สมัครมหาวิทยาลัย ไม่ควรมองแค่การสอบแต่ละวิชาแยกกัน แต่ควรวาง Timeline ตั้งแต่ต้นจนจบ
Step 1: กำหนด Deadline ที่ต้องใช้ GED
เริ่มจากเช็กว่าคณะหรือมหาวิทยาลัยที่จะสมัครเปิดรับช่วงไหน และต้องเตรียมเอกสารหรือคะแนนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
Step 2: ประเมินพื้นฐานทั้ง 4 วิชา
ลองทำ GED Mock Test หรือ Practice Test เพื่อดูว่าวิชาไหนพร้อม วิชาไหนยังต้องปูพื้นฐาน
Step 3: จัดลำดับจากวิชาที่พร้อมที่สุด
วิชาที่พื้นฐานแน่นอาจใช้เวลาเตรียมน้อยกว่า จึงสามารถวางไว้เป็นวิชาแรก ๆ ได้ ส่วนวิชาที่ต้องการเวลาทบทวนเยอะ ควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้น
Step 4: วางเวลาเรียนและสอบแต่ละวิชา
จัดช่วงวันเรียนและวันสอบ GED ที่เหมาะสมกับน้อง ๆ
Step 5: เช็กความพร้อมอีกครั้งก่อนสอบจริง
ก่อนจองสอบ ควรลองทำ Practice Test หรือ Mock Test อีกครั้ง เพื่อเช็กว่าคะแนนและทักษะอยู่ในระดับที่พร้อมเข้าสอบแล้วหรือยัง
สรุป ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน?
GED ไม่ได้บังคับว่าต้องสอบวิชาไหนก่อน เพราะทั้ง 4 วิชาแยกสอบจากกัน ผู้สอบสามารถจัดลำดับตามความพร้อมได้
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน ให้ดูจากพื้นฐานแต่ละวิชา ระดับภาษาอังกฤษ ผล GED Mock Test และ Timeline ที่ต้องใช้ GED โดยเริ่มจากวิชาที่พร้อมที่สุดก่อน แล้วค่อยวางแผนวิชาที่ยังต้องใช้เวลาเตรียมเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลำดับการสอบ GED
GED ต้องสอบวิชาไหนก่อน?
Answer: ไม่มีกำหนดว่าต้องสอบวิชาไหนก่อน ผู้สอบสามารถเลือกลำดับ Mathematical Reasoning, RLA, Science และ Social Studies ตามความพร้อมของตัวเองได้
GED Math ควรสอบก่อนหรือไม่?
Answer: ถ้าพื้นฐาน Math ดี การเริ่ม Math ก่อนก็เป็นทางเลือกที่เหมาะ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องเริ่มจาก Math ควรดูคะแนนจาก Mock Test และพื้นฐานของตัวเองประกอบด้วย
ถ้าภาษาอังกฤษไม่ดี ควรเริ่ม GED วิชาไหนก่อน?
Answer: อาจพิจารณาเริ่มจากวิชาที่ตัวเองมีพื้นฐานเนื้อหาแข็งแรง เช่น Math พร้อมกับฝึก Reading ภาษาอังกฤษไปด้วย แต่ต้องจำไว้ว่าข้อสอบ GED ทุกวิชายังใช้ภาษาอังกฤษในการอ่านและทำความเข้าใจโจทย์
GED วิชาไหนสอบนานที่สุด?
Answer: RLA ใช้เวลาสอบประมาณ 150 นาที ซึ่งนานที่สุดใน 4 วิชา และรวมเวลา 45 นาทีสำหรับ Written Essay ส่วน Social Studies ใช้เวลาสั้นที่สุดที่ประมาณ 70 นาที
ต้องเรียน GED ครบ 4 วิชาก่อนถึงจะเริ่มสอบได้ไหม?
Answer: ไม่จำเป็น GED แยกสอบเป็นรายวิชา ผู้สอบจึงสามารถเตรียมและสอบวิชาที่พร้อมก่อน แล้วค่อยเตรียมวิชาที่เหลือได้
สามารถสอบ GED ทีละวิชาได้ไหม?
Answer: ได้ GED Official ระบุว่าไม่จำเป็นต้องสอบทั้ง 4 วิชาพร้อมกัน สามารถเว้นระยะและสอบตามความพร้อมของตัวเองได้
GED วิชาไหนง่ายที่สุด?
Answer: ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้สอบ คนที่ถนัดคำนวณอาจรู้สึกว่า Math ง่ายกว่า ขณะที่คนที่ Reading แข็งแรงอาจถนัด RLA หรือ Social Studies มากกว่า จึงควรใช้ผล GED Mock Test ช่วยประเมิน
ควรเว้นระยะระหว่างการสอบ GED แต่ละวิชานานแค่ไหน?
Answer: ไม่มีระยะที่เหมาะกับทุกคน ควรดูว่าหลังสอบวิชาหนึ่งแล้วต้องใช้เวลาเตรียมวิชาถัดไปมากแค่ไหน หากผล GED Mock Test ของวิชาถัดไปอยู่ในระดับพร้อมสอบอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องเว้นระยะนาน






