Quick Overview
- Cambridge IGCSE Literature in English เป็นวิชาที่พัฒนาทักษะการอ่าน ตีความ และวิเคราะห์วรรณกรรมภาษาอังกฤษ ครอบคลุม 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Poetry, Prose และ Drama ตั้งแต่งานยุค Shakespeare จนถึงวรรณกรรมร่วมสมัย
- นักเรียนไม่ได้แค่จำเนื้อเรื่องหรือชื่อตัวละคร แต่ต้องอธิบายได้ว่าภาษา โครงสร้าง และรูปแบบที่ผู้เขียนเลือกใช้ สร้างความหมายและส่งผลต่อผู้อ่านอย่างไร
- ข้อสอบวัดผลตาม 4 Assessment Objectives (AO1–AO4) ในสัดส่วนเท่ากันทุกข้อ คือความรู้เนื้อหา ความเข้าใจธีมและบริบท การวิเคราะห์การใช้ภาษา และการตอบสนองเชิงบุคคล (Personal Response)
- Set Text หมุนเวียนเกือบทุกปี นักเรียนต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากำลังอ่านฉบับที่ตรงกับปีที่จะเข้าสอบจริง
- นักเรียนมีเส้นทางสอบ (Assessment Route) ให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบสอบ Paper ล้วน หรือแบบผสม Coursework ขึ้นอยู่กับที่โรงเรียนกำหนด
- วิชานี้มี 2 รหัส Syllabus คือ 0475 (เกรด A*–G) และ 0992 Literature in English (9–1) (เกรด 9–1) เนื้อหาและโครงสร้างข้อสอบเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงระบบเกรด
| Quick Facts | รายละเอียด |
| ชื่อวิชา | Cambridge IGCSE Literature in English |
| Syllabus Code | 0475 หรือ 0992 |
| ระบบเกรด | 0475 ใช้เกรด A*–G ส่วน 0992 ใช้เกรด 9–1 |
– Cambridge IGCSE Literature in English เรียนอะไรบ้าง ▶
– รูปแบบข้อสอบ Cambridge IGCSE Literature in English ▶
– แต่ละ Paper และ Component ออกอะไรบ้าง ▶
– เทคนิค Cambridge IGCSE Literature in English ▶
– เรียน Cambridge IGCSE Literature in English ไปต่อคณะไหน ▶
– Download Past Paper ล่าสุด! ▶
– คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cambridge IGCSE Literature in English ▶
Cambridge IGCSE First Language English เรียนอะไรบ้าง?
Cambridge IGCSE Literature in English ไม่ได้แบ่งเนื้อหาตามไวยากรณ์หรือหัวข้อทางภาษาแบบวิชา English ทั่วไป แต่จัดการเรียนตามการศึกษาวรรณกรรม 3 รูปแบบหลัก คือ Poetry, Prose และ Drama นักเรียนต้องอ่าน Set Text ที่ Cambridge กำหนดอย่างละเอียด ทำความเข้าใจทั้งเนื้อเรื่อง บริบท ธีม และมุมมองของผู้เขียน ก่อนนำไปวิเคราะห์และเขียนตอบเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่มีหลักฐานรองรับ
เป้าหมายของวิชานี้คือให้นักเรียนสนุกกับการอ่านวรรณกรรม เข้าใจว่าผู้เขียนแต่ละคนใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสร้างผลทางอารมณ์และความคิดอย่างไร พร้อมทั้งเชื่อมโยงเรื่องราวในวรรณกรรมเข้ากับประเด็นสากลที่กว้างขึ้น
1. Poetry — การอ่านและวิเคราะห์บทกวี
ในส่วน Poetry นักเรียนต้องศึกษาบทกวีจากรวมบทกวีที่ Cambridge กำหนด เช่น Songs of Ourselves และผลงานของกวีร่วมสมัย โดยฝึกวิเคราะห์การเลือกใช้คำ ภาพพจน์ (Imagery) จังหวะ โครงสร้างบท และน้ำเสียง (Tone) ว่าส่งผลต่อความหมายและอารมณ์ของบทกวีอย่างไร
นักเรียนต้องสามารถเชื่อมโยงเทคนิคทางภาษาที่กวีใช้เข้ากับธีมของบทกวี เช่น ความทรงจำ อัตลักษณ์ ความเหลื่อมล้ำ หรือธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงระบุชื่อเทคนิค (เช่น Metaphor, Simile) แต่ต้องอธิบายผลของเทคนิคนั้นในบริบทของบทกวีแต่ละบท
2. Prose — นวนิยายและเรื่องสั้น
ในส่วน Prose นักเรียนเลือกอ่านนวนิยายเต็มเล่มหนึ่งเรื่อง หรือกลุ่มเรื่องสั้นจากรวมเรื่องสั้น Stories of Ourselves ที่ Cambridge กำหนด ครอบคลุมนักเขียนหลากหลายภูมิหลังและยุคสมัย ตั้งแต่วรรณกรรมคลาสสิกอย่าง Jane Austen ไปจนถึงนักเขียนร่วมสมัยจากหลายทวีป
การวิเคราะห์ Prose เน้นความเข้าใจโครงเรื่อง ตัวละคร ความสัมพันธ์ และธีม ควบคู่กับการสังเกตวิธีที่ผู้เขียนใช้มุมมองการเล่าเรื่อง (Narrative Voice) โครงสร้างบท และรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความหมายและอิทธิพลต่อผู้อ่าน
3. Drama — บทละคร
ในส่วน Drama นักเรียนศึกษาบทละครทั้งจาก William Shakespeare และนักเขียนบทละครร่วมสมัย โดยต้องเข้าใจทั้งเนื้อเรื่อง ความขัดแย้งของตัวละคร และเทคนิคเฉพาะของบทละคร เช่น บทสนทนา ทิศทางการแสดง (Stage Directions) และโครงสร้างฉาก ว่าถูกใช้เพื่อสร้างผลต่อผู้ชมหรือผู้อ่านอย่างไร
Drama มีสองรูปแบบการสอบ คือ Paper 2 แบบ Closed Text (ไม่สามารถนำหนังสือเข้าห้องสอบ) และ Paper 3 Drama (Open Text) ที่อนุญาตให้นำ Set Text ฉบับสะอาด ไม่มีการขีดเขียนหรือโน้ตเข้าห้องสอบได้
Assessment Objectives (AO1–AO4)
ทุกคำตอบใน Cambridge IGCSE Literature in English ถูกประเมินจาก 4 Assessment Objectives ในสัดส่วนเท่ากัน (25% ต่อข้อ) ได้แก่
- AO1: แสดงความรู้เนื้อหาของบทวรรณกรรม พร้อมอ้างอิงรายละเอียดและ Quotation จากต้นฉบับ
- AO2: เข้าใจความหมายและบริบทของบทวรรณกรรม ตีความประเด็นและทัศนคติที่ลึกกว่าความหมายผิวเผิน
- AO3: รับรู้และชื่นชมวิธีที่ผู้เขียนใช้ภาษา โครงสร้าง และรูปแบบ เพื่อสร้างและกำหนดความหมายหรือผลทางอารมณ์
- AO4: สื่อสารการตอบสนองเชิงบุคคลอย่างละเอียดอ่อนและมีข้อมูลรองรับ
คำตอบที่ได้คะแนนสูงต้องผสานทั้ง 4 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ตอบแยกทีละข้อ
กำลังหาที่ติว Cambridge IGCSE Literature in English ที่ไหนดี? ให้พี่ Planner ช่วยประเมินพื้นฐานการอ่านวิเคราะห์วรรณกรรม พร้อมวางแผนการเรียนให้เหมาะกับ Set Text ปีสอบ Assessment Route และเป้าหมายเกรดของน้อง ๆ ปรึกษาเลย
รูปแบบข้อสอบ Cambridge IGCSE Literature in English
นักเรียนทุกคนต้องสอบ Paper 1: Poetry and Prose ซึ่งคิดเป็น 50% ของคะแนนทั้งหมด จากนั้นโรงเรียนจะเลือก Assessment Route ที่เหลืออีก 50% จาก 3 เส้นทาง ได้แก่
Route 1: Paper 1 + Paper 2 (Drama)
Route 2: Paper 1 + Paper 3 (Drama Open Text) + Paper 4 (Unseen)
Route 3: Paper 1 + Paper 3 (Drama Open Text) + Component 5 (Coursework)
| Paper หรือ Component | เวลา | คะแนน | สัดส่วน | รูปแบบ |
| Paper 1: Poetry and Prose | 1 ชั่วโมง 30 นาที | 50 คะแนน | 50% | ตอบ 2 ข้อ (Poetry 1 ข้อ + Prose 1 ข้อ) |
| Paper 2: Drama | 1 ชั่วโมง 30 นาที | 50 คะแนน | 50% | ตอบ 2 ข้อจาก 2 Set Text |
| Paper 3: Drama (Open Text) | 45 นาที | 25 คะแนน | 25% | ตอบ 1 ข้อจาก 1 Set Text (นำหนังสือเข้าห้องสอบได้) |
| Paper 4: Unseen | 1 ชั่วโมง 15 นาที | 25 คะแนน | 25% | เขียนวิจารณ์บทกวีหรือ Prose ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน |
| Component 5: Coursework | ทำระหว่างหลักสูตร | 25 คะแนน | 25% | Portfolio งานเขียน 2 ชิ้น (600–1200 คำ/ชิ้น) |
โรงเรียนหรือศูนย์สอบเป็นผู้เลือก Assessment Route ให้นักเรียน จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนเริ่มเตรียมตัวว่าต้องสอบ Paper ชุดใด และมี Coursework หรือไม่
แต่ละ Paper และ Component ออกอะไรบ้าง
Paper 1: Poetry and Prose
Paper 1 เป็น Paper บังคับสำหรับทุกคน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที คะแนนเต็ม 50 คะแนน คิดเป็น 50% ของเกรดทั้งหมด นักเรียนตอบ 2 ข้อ คือ 1 ข้อจาก Section A (Poetry) และ 1 ข้อจาก Section B (Prose) แต่ละข้อมีตัวเลือกคำถาม 2 ข้อให้เลือกตอบ 1 ข้อต่อ Set Text บทกวีหรือข้อความที่เกี่ยวข้องจะถูกพิมพ์มาในข้อสอบ นักเรียนจึงไม่จำเป็นต้องท่องจำคำต่อคำ แต่ต้องรู้จักเนื้อหาและธีมของ Set Text อย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ได้ตรงประเด็น
Paper 2: Drama
Paper 2 เป็น Paper เลือกสอบ (Optional) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที คะแนนเต็ม 50 คะแนน คิดเป็น 50% ของเกรด นักเรียนตอบ 2 ข้อจาก Set Text บทละคร 2 เรื่องที่แตกต่างกัน แต่ละ Set Text มีตัวเลือกคำถาม 2 แบบ คือคำถามแบบวิเคราะห์บทตัดตอน (Passage-based) และคำถามแบบเรียงความ (Essay) โดยนักเรียนต้องตอบอย่างละ 1 ข้อ ห้ามนำ Set Text เข้าห้องสอบ
Paper 3: Drama (Open Text)
Paper 3 เป็น Paper เลือกสอบ ใช้เวลา 45 นาที คะแนนเต็ม 25 คะแนน คิดเป็น 25% ของเกรด นักเรียนตอบ 1 ข้อจากตัวเลือก 2 ข้อ จุดเด่นของ Paper นี้คือสามารถนำ Set Text ฉบับสะอาด (ไม่มีการขีดเส้นใต้ ไฮไลต์ หรือโน้ตส่วนตัว) เข้าห้องสอบได้ แต่ต้องไม่ใช่ฉบับที่มีบทสรุปหรือคำอธิบายแทรกในหน้าเดียวกับเนื้อเรื่อง
Paper 4: Unseen
Paper 4 เป็น Paper เลือกสอบ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที คะแนนเต็ม 25 คะแนน คิดเป็น 25% ของเกรด นักเรียนเลือกตอบ 1 ข้อจาก 2 ตัวเลือก คือวิเคราะห์บทกวีที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือวิเคราะห์ข้อความ Prose ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยต้องเขียนคำวิจารณ์เชิงวิเคราะห์ (Critical Commentary) แสดงความเข้าใจในทันที Cambridge แนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีแรกอ่านและวางแผนก่อนเริ่มเขียน
Component 5: Coursework
Component 5 เป็นทางเลือกแทน Paper 4 สำหรับโรงเรียนที่เลือก Assessment Route แบบ Coursework นักเรียนต้องส่ง Portfolio งานเขียน 2 ชิ้น แต่ละชิ้นยาว 600–1200 คำ โดยแต่ละชิ้นต้องอิงจาก Text คนละเรื่องกัน หนึ่งในสองชิ้นอาจเป็นงานเขียนแบบ Empathic Response (สวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่อง) งานเขียนได้รับการตรวจภายในโรงเรียนก่อนส่งให้ Cambridge ตรวจสอบมาตรฐานจากภายนอก
เทคนิค Cambridge IGCSE First Language English
การเตรียมสอบ Cambridge IGCSE Literature in English ไม่ควรเน้นเพียงการอ่าน Set Text ซ้ำ ๆ แต่ควรฝึกเขียนวิเคราะห์อย่างมีโครงสร้าง พร้อมทบทวนจุดที่เสียคะแนนบ่อยในแต่ละ AO
1. ตรวจสอบ Syllabus Code ปีสอบ และ Set Text ให้ตรงกัน
ก่อนเริ่มเตรียมตัว ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใช้ Syllabus Code 0475 หรือ 0992 เข้าสอบปีใด และโรงเรียนเลือก Set Text เรื่องใดในแต่ละ Section เพราะ Cambridge หมุนเวียน Set Text เกือบทุกปี การอ่านฉบับที่ไม่ตรงปีสอบอาจทำให้เตรียมตัวผิดเรื่องทั้งหมด
2. ใช้โครงสร้าง Point–Evidence–Explain ในทุกย่อหน้า
คำตอบที่ดีควรเริ่มด้วยประเด็นที่ต้องการสื่อ (Point) ตามด้วยหลักฐานจาก Text หรือ Quotation สั้น ๆ (Evidence) แล้วอธิบายว่าหลักฐานนั้นแสดงความหมายหรือสร้างผลอย่างไร (Explain) การเขียนตามโครงสร้างนี้ช่วยให้คำตอบครอบคลุมทั้ง AO1 (ความรู้เนื้อหา) และ AO3 (การวิเคราะห์ภาษา) ในย่อหน้าเดียวกัน
3. อ้างอิง Quotation อย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่ยกมาเยอะ
นักเรียนไม่จำเป็นต้องยกประโยคยาว ๆ จาก Text มาอ้างอิงทั้งหมด การเลือก Quotation สั้นแต่ตรงประเด็น แล้ววิเคราะห์คำหรือวลีสำคัญอย่างละเอียด มักได้คะแนนดีกว่าการยกข้อความยาวโดยไม่มีการวิเคราะห์เจาะลึก
4. ตอบให้ครบทั้ง 4 Assessment Objectives ในทุกคำตอบ
คำตอบที่ได้คะแนนสูงต้องแสดงทั้งความรู้เนื้อหา (AO1) ความเข้าใจธีมและบริบท (AO2) การวิเคราะห์การใช้ภาษา (AO3) และการตอบสนองเชิงบุคคล (AO4) ไปพร้อมกัน ไม่ควรเขียนแยกเป็นส่วน ๆ โดยไม่เชื่อมโยงกัน
5. วางแผนก่อนเขียน Essay หรือ Coursework ทุกครั้ง
ก่อนเริ่มเขียน ควรจดสั้น ๆ ว่าจะตอบกี่ประเด็น แต่ละประเด็นใช้ Evidence จากตรงไหนของ Text และจะเรียงลำดับความคิดอย่างไร การวางแผนช่วยลดปัญหาการเขียนวกวน หลงประเด็น หรือเขียนไม่ทันเวลา
6. ฝึกทำ Unseen เป็นประจำ (สำหรับนักเรียนที่เลือก Paper 4)
Unseen วัดความสามารถในการวิเคราะห์ทันทีโดยไม่มีการเตรียมล่วงหน้า นักเรียนควรฝึกอ่านบทกวีหรือข้อความสั้น ๆ ที่ไม่คุ้นเคย แล้วฝึกจับประเด็นสำคัญและวิเคราะห์ภาษาให้เร็วขึ้นทีละน้อย
7. ทำ Timed Practice และสร้าง Error Log
หลังทำข้อสอบเก่า ควรบันทึกว่าคะแนนหายไปจากสาเหตุใด เช่น วิเคราะห์ภาษาไม่ลึกพอ อ้างอิง Quotation ไม่ตรงประเด็น เขียนไม่ครบทุก AO หรือบริหารเวลาไม่ทัน Error Log ช่วยให้การทบทวนครั้งต่อไปตรงกับปัญหาจริงของแต่ละคน
กำลังหาที่ติว Cambridge IGCSE Literature in English ที่ไหนดี? จากนักเรียนที่ติวกับพี่ Planner กว่า 1,500 คนสำหรับ IGCSE และกว่า 1,000 คนสำหรับ A-Level มีสัดส่วนนักเรียนสอบผ่านตั้งแต่รอบแรกถึง 90% และได้เกรด A-A* ถึง 60% โดยคุณครูจบตรงสาย จากมาหวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมอัปเดตเนื้อหาตาม Syllabus Cambridge Literature in English ทุกปี สนใจติว IGCSE Literature in English คลิกเลย!
เรียน Cambridge IGCSE Literature in English ไปต่อคณะไหน
Cambridge IGCSE Literature in English ไม่ได้จำกัดว่านักเรียนต้องเรียนต่อเฉพาะสายวรรณกรรมเท่านั้น เพราะทักษะการอ่านตีความ วิเคราะห์เชิงลึก และเขียนสื่อสารความคิดอย่างมีหลักฐานรองรับ สามารถนำไปใช้กับหลักสูตรที่ต้องอ่านและตีความข้อมูลจำนวนมากได้หลากหลายสาขา เช่น
- อักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และภาษาอังกฤษ (English Language/Literature)
- Creative Writing และ Comparative Literature
- นิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์
- นิติศาสตร์
- รัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- จิตวิทยา
- การศึกษา
- สื่อและภาพยนตร์ (Film & Media Studies)
- ประวัติศาสตร์
ทักษะการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์และการเขียนเรียงความอย่างมีโครงสร้างจากวิชานี้ ยังเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับ Cambridge International AS & A Level English Literature ในระดับ A-Level ต่อไป
อย่างไรก็ตาม IGCSE Literature in English ไม่ใช่วิชาบังคับสำหรับทุกคณะที่กล่าวมา นักเรียนควรตรวจสอบ Entry Requirements ของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สนใจโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
Download Past Paper IGCSE English Literature 0475 ล่าสุด!
นักเรียนสามารถดาวน์โหลด Cambridge IGCSE Literature in English Past Papers, Mark Schemes, Examiner Reports และ Specimen Papers จากหน้า Official Cambridge ได้โดยตรง ควรตรวจ Syllabus Code (0475 หรือ 0992), Set Text ปีสอบ และ Assessment Route ที่โรงเรียนใช้ก่อนดาวน์โหลดข้อสอบเสมอ เนื่องจาก Set Text หมุนเวียนเกือบทุกปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cambridge IGCSE Literature in English
1. Cambridge IGCSE Literature in English ยากไหม?
Answer:
วิชานี้ท้าทายตรงที่ไม่ได้วัดแค่ความเข้าใจเนื้อเรื่อง แต่ต้องวิเคราะห์การใช้ภาษาอย่างละเอียด เชื่อมโยงกับธีมและบริบท แล้วเขียนตอบสนองเชิงบุคคลอย่างมีหลักฐานรองรับ นักเรียนบางคนอ่านเนื้อเรื่องเข้าใจแต่ยังวิเคราะห์ภาษาไม่ลึกพอ ขณะที่บางคนวิเคราะห์เก่งแต่ยังจัดโครงสร้างคำตอบหรือบริหารเวลาได้ไม่ดี
2. Literature in English กับ First Language English ต่างกันอย่างไร?
Answer:
First Language English เน้นทักษะ Reading Comprehension และการเขียนหลากหลายรูปแบบจาก Text ที่ไม่ใช่วรรณกรรมเป็นหลัก ส่วน Literature in English เน้นการศึกษาวรรณกรรมเต็มเล่ม (Poetry, Prose, Drama) เจาะลึกการวิเคราะห์ภาษา ธีม และเทคนิคการประพันธ์ของนักเขียน
3. Syllabus Code 0475 กับ 0992 ต่างกันอย่างไร?
Answer:
เนื้อหาและโครงสร้างข้อสอบเหมือนกันทุกประการ ความแตกต่างหลักคือระบบเกรด โดย 0475 ใช้เกรด A*–G ส่วน 0992 ใช้เกรด 9–1
4. ต้องท่องจำเนื้อเรื่องทั้งเล่มไหม?
Answer:
ไม่จำเป็นต้องท่องจำคำต่อคำ เพราะข้อความหรือบทกวีที่เกี่ยวข้องจะถูกพิมพ์มาในข้อสอบ (ยกเว้น Paper 3 ที่นำหนังสือเข้าห้องสอบได้) แต่นักเรียนต้องเข้าใจเนื้อเรื่อง ตัวละคร ธีม และเทคนิคการประพันธ์อย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์ได้ตรงประเด็นและรวดเร็ว
5. Cambridge IGCSE First Language English ต้องสอบกี่ Paper?
Answer:
นักเรียนทุกคนต้องสอบ Paper 1: Reading จากนั้นเลือกอีกหนึ่ง Component ระหว่าง Paper 2: Directed Writing and Composition หรือ Component 3: Coursework Portfolio ตาม Assessment Route ที่โรงเรียนกำหนด
Component 4: Speaking and Listening เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมและรายงานผลแยกจากเกรดหลัก
5. ควรเลือก Assessment Route แบบไหนดี?
Answer:
ขึ้นอยู่กับที่โรงเรียนกำหนดเป็นหลัก แต่โดยทั่วไป Route ที่มี Paper 3 (Open Text) เหมาะกับนักเรียนที่มั่นใจในการวิเคราะห์แบบมีหนังสืออ้างอิง ส่วน Route ที่มี Coursework เหมาะกับนักเรียนที่ถนัดพัฒนางานเขียนอย่างละเอียดผ่านการแก้ไขหลายรอบมากกว่าการสอบในเวลาจำกัด
6. Set Text เปลี่ยนทุกปีไหม ต้องเช็คตรงไหน?
Answer:
Cambridge หมุนเวียน Set Text เกือบทุกปี นักเรียนและคุณครูควรตรวจสอบรายชื่อ Set Text ที่ตรงกับปีสอบจริงจาก Syllabus ฉบับทางการบนเว็บไซต์ cambridgeinternational.org เสมอ ก่อนเริ่มเรียนหรือดาวน์โหลด Past Paper
7. Paper 3 Open Text เอาหนังสือเข้าห้องสอบได้จริงไหม?
Answer:
ได้ แต่ต้องเป็นฉบับสะอาด ไม่มีการขีดเส้นใต้ ไฮไลต์ หรือโน้ตส่วนตัวใด ๆ และห้ามใช้ฉบับที่มีบทสรุปหรือคำอธิบายเนื้อเรื่องแทรกอยู่ในหน้าเดียวกับเนื้อหา ฉบับที่มีคำนำหรือเชิงอรรถสั้น ๆ ใช้ได้ แต่ห้ามใช้ข้อมูลเหล่านั้นระหว่างสอบ
8. เรียน Literature in English ควบคู่กับ First Language English ได้ไหม?
Answer:
ได้ นักเรียนสามารถลงทะเบียนสอบทั้งสองวิชาในซีรีส์เดียวกัน เพราะเป็นคนละ Syllabus Code และวัดทักษะคนละแบบ แต่ไม่สามารถเรียนควบคู่กับ IGCSE World Literature (0408) หรือ Literature in English รหัสอื่นในระดับเดียวกันได้ เนื่องจาก Cambridge จัดให้อยู่ในกลุ่มวิชาเดียวกัน




