
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนเข้า Mahidol University International College (MUIC) หนึ่งในสิ่งที่ต้องรู้ตั้งแต่ต้นคือเรื่อง “คะแนนภาษาอังกฤษ” และคำถามที่ถูกถามบ่อยมากคือ TOEFL MUIC คืออะไร? ต้องสอบอะไรบ้าง และใช้ยื่นเข้าคณะไหนได้บ้าง?
บทความนี้พี่แพลนเนอร์มาสรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตข้อมูลปี 2026 เพื่อให้น้อง ๆ วางแผนสอบได้ถูกตั้งแต่เริ่มต้น
TOEFL-MUIC คืออะไร
TOEFL-MUIC คือ ข้อสอบที่วัดความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University International College; MUIC) โดย TOEFL-MUIC นั้นพัฒนามาจากข้อสอบ TOEFL-ITP และใช้เป็นเกณฑ์สำหรับหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
และในปี 2026 เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำสำหรับการสอบ TOEFL-MUIC คือ
- TOEFL-iBT: 69 คะแนนขึ้นไป
- Writing: 22 คะแนนขึ้นไป
น้อง ๆ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเกณฑ์คะแนนล่าสุดได้จากหน้า MUIC Fast Track Applicants และประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการของเว็บไซต์มหิดลอินเตอร์ MUIC
อีกหนึ่งรูปแบบคือ TOEFL-ITP ซึ่งเป็นข้อสอบที่ใช้ในรอบสอบของ MUIC สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ โดยจะสอบพร้อมกับวิชาอื่นในรอบ Regular
TOEFL MUIC สอบอะไรบ้าง?
สำหรับน้อง ๆ ที่สมัครในรอบ Regular Track ของ MUIC (ยังไม่มีคะแนน TOEFL หรือ IELTS) จะต้องสอบข้อเขียนของ MUIC ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
1. TOEFL-ITP (ภาษาอังกฤษ)
วัดทักษะ Grammar, Reading และ Listening ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนอินเตอร์ โดยข้อสอบ TOEFL ITP ตามข้อมูลของ ETS จะเน้นทักษะ Listening Comprehension, Structure and Written Expression และ Reading Comprehension
2. Writing (Essay)
เขียน Essay ประมาณ 250 คำ เพื่อวัดการเขียนเชิงวิชาการ ซึ่งเป็นพาร์ทที่หลายคนพลาดมากที่สุด
3. Mathematics
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ใช้สำหรับประเมินความพร้อมในบางคณะ เช่น Business และสาย Science
ดังนั้นข้อสอบ TOEFL-MUIC ไม่ใช่แค่การสอบภาษาอังกฤษทั่วไป แต่เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความพร้อมในการเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์โดยเฉพาะ
หากน้อง ๆ กำลังมองหาที่ติวสอบเข้า MUIC (คอร์สติว TOEFL-MUIC) ที่ The Planner Education เปิดสอนครบทุกพาร์ตที่มหิดลอินเตอร์ออกสอบ รวมไปถึงติวสอบสัมภาษณ์ ฝึกพูด ฝึกตอบคำถาม และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพิ่มโอกาสสสอบติดชัวร์
ผลสอบ TOEFL-MUIC นำไปใช้สมัครเรียนหลักสูตรไหนได้บ้าง?
คะแนน TOEFL หรือผลสอบจาก MUIC สามารถใช้สมัครได้กับแทบทุกหลักสูตรของ MUIC ซึ่งน้อง ๆ สามารถดูรายชื่อหลักสูตรทั้งหมดได้ที่หน้า MUIC Undergraduate Programs โดยหลักสูตรที่เปิดสอนมีมากกว่า 18 สาขา ไม่ว่าจะเป็น
Business Administration
- Business Economics (B.B.A.)
- Finance (B.B.A.)
- International Business (B.B.A.)
- Marketing (B.B.A.)
Fine Arts
- Communication Design (B.F.A.)
Arts & Science
- Creative Technology (B.A.Sc.)
Engineering
- Computer Engineering (B.Eng)
Arts
- International Relations and Global Affairs (B.A.)
- Intercultural Studies and Languages (B.A.)
Communication Arts
- Media and Communication (B.Com.Arts.)
Science
- Applied Mathematics (B.Sc.)
- Biological Sciences (B.Sc.)
- Chemistry (B.Sc.)
- Computer Science (B.Sc.)
- Physics (B.Sc.)
- Food Science and Technology (B.Sc.)
Management
- Travel and Service Business Entrepreneurship (B.M.)
โดยคะแนนภาษาอังกฤษถือเป็นหนึ่งใน Requirement หลักของการสมัคร ร่วมกับคะแนนอื่น ๆ เช่น SAT หรือการสัมภาษณ์ และยิ่งคะแนนภาษาอังกฤษสูง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการผ่านรอบคัดเลือกได้มากขึ้น
การสมัครสอบ TOEFL MUIC มีกี่ประเภท?
การสมัครเข้า MUIC ในปี 2026 แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีความยากและเงื่อนไขต่างกัน
1. Fast Track
เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่มีคะแนนครบแล้ว เช่น TOEFL หรือ IELTS รวมถึง SAT
ข้อดีคือน้อง ๆ ไม่ต้องสอบข้อเขียน และสามารถเข้าสัมภาษณ์ได้ทันที ทำให้กระบวนการสั้นและมีโอกาสติดสูงกว่า โดยสามารถดูรายละเอียดรอบนี้ได้ที่หน้า MUIC Fast Track Applicants
2. Regular Track
เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่มีคะแนน หรือคะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ จะต้องสอบข้อเขียนของ MUIC ได้แก่ TOEFL ITP, Writing และ Mathematics ก่อนเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งเส้นทางนี้จะใช้เวลามากกว่า และมีความท้าทายมากกว่า Fast Track
น้อง ๆ สามารถเช็กข้อมูลการสมัครรอบ Regular ได้จากหน้า MUIC Regular Applicants และดูช่วงเวลารับสมัครล่าสุดได้ที่หน้า MUIC Key Dates & Deadlines
หากน้อง ๆ มีเป้าหมายว่า “อยากติด MUIC ให้ได้ในรอบเดียว” สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่การอ่านเยอะ แต่คือ “การเตรียมตัวให้ถูกจุดตั้งแต่แรก” เพราะการสอบพลาด 1 ครั้ง อาจจะทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น และการเริ่มต้นด้วยคอร์สติวมหิดลอินเตอร์ (คอร์สติวเข้า MUIC TOEFL-MUIC) ที่ถูกต้องหรือมีคนช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ไปถึงคะแนนที่ตั้งเป้าไว้ได้เร็วขึ้น




