การสอบ GED หรือ General Educational Development คือ การสอบเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา เป็นที่ยอมรับในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษหรือนานาชาติ (International Program) ซึ่งแน่นอนว่าการสอบตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกานั้น ข้อสอบก็จะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งปัญหาด้านภาษา นับเป็นอุปสรรคหนึ่งของนักเรียนไทยที่ไม่ได้ศึกษาอยู่ในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ หรือไม่ได้มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำในชีวิตประจำวัน ทั้งที่จริงๆแล้วน้องๆบางคนมีความรู้ความเข้าใจใน 5 วิชาที่ต้องทดสอบเป็นอย่างดี แต่ติดขัดในส่วนของภาษา ส่งผลให้ทำคะแนน GED ได้น้อย แต่ถึงแม้ว่าน้องๆจะไม่เชี่ยวชาญด้านภาษา ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพิชิต GED เพราะว่าเราจะถือวิกฤตินี้เป็นโอกาสในการพัฒนาภาษาไปในคราวเดียว นั่นคือ น้องๆสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาควบคู่ไปกับการเตรียมตัวสอบ GED ไปพร้อมๆกันเลย โดยเราจะฝึกด้านภาษาพร้อมๆกับวิชาการด้วย 4 เทคนิคต่อไปนี้ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า การอ่านทุกอย่างในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ จะช่วยให้น้องๆมีทักษะการอ่านที่รวดเร็ว และจับใจความสำคัญได้ แหล่งข้อมูลสำหรับอ่านที่ดีนั่นคือ หนังสือพิมพ์ เช่น Bangkok Post หรือวารสาร Reader Digest รวมไปถึงนิตยสารเช่น Time เป็นต้น ซึ่งแหล่งข่าวเหล่านี้จะมีบทความ และมีการสรุปคำศัพท์ที่น่าสนใจให้เราท้ายบทความด้วย อีกทั้งความเป็นสื่อสาธารณะทำให้เนื้อหา และการใช้ประโยคในบทความ มีลักษณะเป็นทางการ[…]
ว่ากันว่า “ยิ่งพร้อม ความสำเร็จยิ่งอยู่ใกล้” การเตรียมความพร้อมในการสอบ GED นั้นผู้สอบจะต้องมีความรู้ทั้ง 5 วิชา คือ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ), Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์), Mathematics (คณิตศาสตร์) และ Science (วิทยาศาสตร์) แล้ว ยังต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียร ความมีวินัย และความมุ่งมั่นของผู้สอบเป็นหลักด้วย โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับน้องๆทุกคนที่เตรียมตัวสอบ นั่นคือ การอ่านหนังสือ และฝึกทำข้อสอบ GED นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วน้องๆที่ติว GED กับทางสถาบัน จะมีหนังสือแบบฝึกหัดจากที่เรียนอยู่ก่อนแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากเราต้องการที่จะอ่านตำราเตรียมสอบ GED อย่างจริงจังนั้น จะมีตำราของหลายสำนักพิมพ์ ที่เป็นที่นิยมกัน นั่นคือ หนังสือ GED ของ BARRON; หนังสือชุดนี้เป็นที่นิยมใช้กันโดยจะมีครบทั้ง 5 วิชาที่น้องๆต้องใช้ในการสอบ GED มีเนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย[…]
อย่างที่เราทราบกันดีว่าในส่วนของข้อสอบ GED วิชา Language Arts; Writing นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ข้อสอบด้านโครงสร้างและไวยากรณ์ และอีกส่วนหนึ่งคือการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Essay) ตามหัวข้อที่กำหนดให้ ซึ่งผู้สอบหลายท่านอาจเป็นกังวล ทั้งเรื่องวิธีการเขียน การเรียบเรียงเรื่องที่เขียน ไหนยังจะความถูกต้องของเนื้อหาและไวยากรณ์ด้วย ดังนั้น การลำดับความคิด และการวางแผนการเขียน เพื่อให้การเขียน Essay มีประสิทธิผล จะช่วยให้ได้คะแนนของข้อสอบ GED ในส่วนนี้ได้ไม่ยาก การเขียนเรียงความสำหรับการสอบ GED นั้น จะมีการกำหนดหัวข้อและจำนวนคำ ดังนั้น ผู้สอบจะต้องคิดและเขียนเพื่อให้ได้เนื้อหาตรงตามหัวข้อที่กำหนด ซึ่งการจะเขียน Essay ให้ได้คะแนนที่ดีนั้น มีเพียง 3 อย่างที่ต้องรู้ และจำไว้ให้ขึ้นใจ คือ รู้อ่าน รู้เขียน และรู้จักตรวจทาน ซึ่งการรู้ทั้ง 3 อย่างนี้ จะช่วยเพิ่มคะแนน GEDในส่วนของ Writing ได้อย่างไรนั้น อธิบายได้ดังต่อไปนี้ รู้อ่าน การอ่านเป็นรากฐานสำคัญ ซึ่งการอ่านจะทำให้เราได้ความรู้ที่กว้างขึ้น[…]
การพิชิตข้อสอบ GED ยิ่งเรารู้มากเท่าไหร่ โอกาสสอบผ่านก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าการสอบ GED จะสามารถลงทะเบียนสอบใหม่ (Re-Score) ได้หากสอบไม่ผ่าน แต่คงจะดีกว่าถ้าเราจะเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ โดยยอมจ่ายราคาให้กับเวลาเตรียมตัว และค่าสอบเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็เปิดประตูสู่มหาวิทยาลัยได้อย่างสวยงาม การสอบ GED ประกอบไปด้วยวิชาหลักสำหรับนักเรียน High School ในสหรัฐอเมริกา จำนวน 5 วิชา ได้แก่ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ), Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์), Mathematics (คณิตศาสตร์) และ Science (วิทยาศาสตร์) ซึ่งในการสอบ GED แต่ละวิชา จะมีข้อสอบปรนัย 50 ข้อ แบ่งเป็นเนื้อหาย่อย และมีการให้น้ำหนักแต่ละส่วนของเนื้อหา ดังตาราง ทุกวิชามีคะแนนเต็ม 800 คะแนน โดยเกณฑ์ในการสอบ GED ให้ผ่าน ไม่มีอะไรซับซ้อน[…]
Posts navigation
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use this site we will assume that you are happy with it. Ok