5ข้อห้ามในการเรียนGED หรือติวGED

เชื่อว่าน้องๆทุกคนที่กำลังเรียน GED หรือ เตรียมตัวสอบ GED ย่อมมุ่งหวังความสำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมาเรามักพูดถึงสิ่งที่จะต้องทำเพื่อสอบ GED ให้ผ่านมากมายหลากหลายเทคนิค ซึ่งหากน้องๆนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้ร่วมกับความขยันหมั่นเพียรแล้วล่ะก็ การสอบ GED ให้ผ่านก็จะไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อน้องๆได้ทราบถึงข้อควรทำแล้ว น้องๆก็ต้องทราบในสิ่งที่ไม่ควรทำด้วย เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายได้เช่นกัน ไม่มีเป้าหมาย การไม่มีเป้าหมายในการสอบ GED หรือ เรียน GED นั้นจะทำให้เราขาดพลัง และแรงจูงใจในการสอบ GED ให้ผ่าน ซึ่งไม่ว่าเราจะกำหนดแผนการอ่าน หรือแผนการติว GED ไว้ดีแค่ไหน ก็จะเป็นการกระทำให้ผ่านไปแต่ละวัน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าที่เรากำลังติวเข้มกันเพื่อสอบ GED ให้ผ่านเพื่ออะไร ฉะนั้น “เป้าหมาย” จึงเป็นสิ่งแรกที่น้องๆต้องกำหนด และเกาะไว้ให้มั่น ตอบตัวเองให้ได้ว่าสอบ GED ให้ผ่านแล้วเป้าหมายของตนคืออะไร แล้วคะแนน GED จะพาน้องๆไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างแน่นอน ขาดวินัยในการอ่านหนังสือ ในเนื้อหาที่ผ่านมา เราได้พูดถึงการวางแผนอ่านหนังสือ และการเตรียมตัวสอบ GED ซึ่งเป็นสิ่งที่เน้นย้ำมาตลอด เพราะการวางแผน จะช่วยให้เรามองเห็นภาพใหญ่ว่าเราต้องทำอะไร ในเวลาไหน ใช้เวลามากน้อยเพียงใด[…]

เรียนGEDให้ผ่านความฝันก็เป็นไปได้

เด็กทุกคนมีความฝัน แต่หลายๆปัจจัยทำให้เส้นทางการศึกษาของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนเรียนอยู่ในสายสามัญจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, บางคนต้องพักการเรียนในสายสามัญด้วยเหตุผลส่วนตัว, บางคนอยากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาก่อนใคร, บางคนอยากไปเรียนต่อเมืองนอก หรือบางคนไม่มีวุฒิการศึกษา เอาไปต่อยอดการศึกษาต่อหรือทำงานไม่ได้ ทั้งๆที่ทุกคนอยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองชอบ และนำไปประกอบอาชีพ ซึ่งการเรียน GED และ สอบ GED (General Educational Development) จึงเป็นอีกเส้นทางการศึกษาหนึ่งที่หลายคนเลือกเดิน เพื่อสร้างโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ที่การันตีได้ทั้งคุณภาพด้านภาษาและวิชาการ การทำคะแนนสอบ GED 410 คะแนนขึ้นไปจากคะแนนเต็ม 800 คะแนนในทุกๆวิชานั้น เป็นภารกิจที่ผู้เข้าสอบ GED ทุกคนต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้ได้ GED Transcript มาครอง เป็นใบเบิกทางไปศึกษาต่อตามที่ตนเองหวังไว้ เรียกได้ว่าก่อนสอบนั้น ทุกคนล้วนมีวินัยและเคร่งครัดเป็นอย่างมากจึงได้ GED Transcript มา ต่อจากวันนั้นแล้วความฝันของแต่ละคนล้วนเป็นไปได้ และพบกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น มีความภูมิใจ ตอนที่สอบ GED ผ่านแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงรู้สึกไม่ต่างกันคือ รู้สึกปลื้มใจ ภูมิใจ เมื่อความพยายาม ความทุ่มเทของเราสัมฤทธิ์ผลเป็น GED Transcript[…]

เรียนGEDพร้อม5เทคนิคการสอบ GEDให้ผ่าน

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” คติพจน์สามัญธรรมดาที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเด็ก ยังคงหยิบยกมาใช้ได้เสมอ เมื่อเรากำลังตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกันกับน้องๆที่กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการสอบ GED ให้ผ่าน ซึ่งน้องๆต่างทราบกันดีว่า การอ่านหนังสือทั้ง 5 วิชา ยังไม่รวมการทำแบบฝึกหัดเป็นภารกิจที่ไม่ธรรมดาเลย บางครั้งเห็นกองหนังสือแล้ว ก็อาจจะแอบถามตัวเองเบาๆว่า ฉันจะสอบ GED ให้ผ่าน ได้อย่างไร จากประสบการณ์ในการติว GED ให้กับน้องๆมาเป็นเวลานาน พี่ๆที่ The Planner Education ทราบดีว่า บางครั้งในยามที่น้องๆเหนื่อยกับการติวเข้ม ก็มีบางเวลาที่น้องๆรู้สึกท้ออยู่บ้างเช่นเดียวกัน แต่น้องๆอย่าเพิ่งวางหนังสือตอนนี้ เพราะภาพในหัวของเราตอนนี้คือ การเฉลิมฉลองกับความสำเร็จในการสอบ GED ผ่านฉลุย ซึ่งเราอยากให้น้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ GED บันทึกภาพอนาคตนี้ไว้ให้แม่น จากนั้น GED The Planner จะชวนให้น้องลำดับความคิดไปทีละขั้นตอน ดังนี้ วางแผนการอ่าน ภารกิจของเรามี 5 วิชาที่ต้องสอบ คือ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing[…]

เรียนGEDที่ไหนดีภายใน30วัน

เวลา 30 วัน เราสามารถทำอะไรได้บ้าง? เราอาจจะอ่านนิยายได้ 30 เล่ม เล่มละ 1 วัน เราอาจไปเที่ยวได้ 4 ประเทศ ประเทศละ 1 สัปดาห์ เราอาจทำงานทั้ง 30 วัน แต่ไม่มีเวลาให้ตัวเอง แต่ถ้าหาก 30 วันนี้ มีอะไรบางอย่างสามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ คุณคิดว่าจะทำหรือไม่             เราไม่ได้จะให้น้องๆไปทำอะไรที่ถึงขั้นเปลี่ยนโลกทั้งใบหรอกค่ะ แต่เรากำลังสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆในการเปลี่ยนโลกของตัวเอง จากโลกใบเดิมไปสู่โลกใบใหม่ ด้วยวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าเดิม พร้อมกับอนาคตที่กว้างใหญ่ และไฉไลกว่าเดิม เพราะเราจะมาชวนน้องๆวางแผนการสอบ GED ให้ผ่าน ภายใน 30 วัน! อย่างที่เราทราบกันดีว่า การสอบ GED (General Educational Development) คือ การสอบเทียบเท่าระดับวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา เพื่อนำผล GED Transcript ไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งใน และต่างประเทศ นั่นหมายความว่า หากน้องๆสอบ GED[…]

ข้อควรรู้ก่อนเรียน GED

เราทราบกันดีว่าการสอบ GED (General Educational Development) คือ การสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ หรือในหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยรัฐบาล หรือ หลักสูตรไทยและอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทย ซึ่งเมื่อน้องๆตัดสินใจว่า จะใช้ GED Transcript เป็นใบเบิกทางสู่อนาคตแล้ว ก็มักจะมีสารพันคำถามที่ตามมา ว่า จะสมัครสอบอย่างไร, อายุเท่านี้หรือเรียนอยู่ชั้นนี้มีสิทธิ์สอบไหม, GED สอบอะไรบ้าง, ไปติวดีไหม, ไปสอบที่ไหน, เตรียมอะไรไปสอบบ้าง, สอบไม่ผ่านทำอย่างไรดี และอีกมากมายหลายคำถาม ดังนั้น เราจึงรวบรวมสารพันปัญหาที่พบบ่อยมาตอบอย่างเข้าใจง่าย เพื่อให้น้องๆคลายสงสัย และหายกังวล คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์สอบ GED มีอะไรบ้าง? ตอบ               อายุ 16 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์สอบ GED สอบอะไรบ้าง? ตอบ               มี 5 วิชาหลักที่ต้องสอบ ได้แก่ – Language Arts; Reading (การอ่าน) – Language Arts; Writing[…]

ทำไมใครๆก็สอบ GED

การสอบ GED (General Educational Development) คือ การสอบเทียบเท่าระดับวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศไทย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ที่สอบไม่จำเป็นต้องจบมัธยมปลายในสายสามัญ เพื่อนำผล GED Transcript ไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งใน และต่างประเทศ โดยผู้ที่สมัครสอบต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่า หากสามารถสอบ GED ผ่านตั้งแต่ปีแรกที่มีสิทธิ์สอบ จะสามารถย่นระยะเวลาการศึกษาไปได้อย่างน้อย 1-2 ปีเลยทีเดียว ปัจจุบันนี้หากสำเร็จก่อนย่อมได้เปรียบ จึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการสอบเทียบ เพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย เราสามารถแบ่งกลุ่มของผู้ที่เลือกสอบ GED เพื่อเทียบวุฒิไปใช้ในการศึกษาต่อได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ นักเรียนมัธยมปลาย ที่ต้องการเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนกำหนด การเรียนในระบบการศึกษาสายสามัญตามปกติจะใช้เวลาในระดับมัธยมปลายเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่นักเรียนกลุ่มนี้ไม่ต้องการใช้เวลาถึง 3 ปี อาจเนื่องมาจากต้องการเรียนจบเมื่ออายุยังน้อย หรือต้องการวุฒิเพื่อไปทำงานหรือหาประสบการณ์มากกว่าการเรียนตามปกติ นักเรียนมัธยมปลาย ที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือหลักสูตรอินเตอร์ในระดับอุดมศึกษา กลุ่มนี้มีเป้าหมายแน่ชัด คือ ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือต้องการเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งหากสอบผ่าน และได้รับ[…]

ความแตกต่างของการเรียนGEDกับเรียนIGCSE

การไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ หรือการได้เรียนหลักสูตรอินเตอร์ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นความฝันของใครหลายๆคน ซึ่งนอกจากการสอบวัดความถนัดทางด้านภาษาอังกฤษอย่างเช่น TOEFL หรือ IELTS ที่เราคุ้นเคยกันแล้วนั้น ยังมีการสอบเทียบวุฒิม.6 อีก 2 แบบที่เป็นที่นิยมนั่นคือ การสอบ GED และการสอบ IGCSE ซึ่งเป็นการสอบด้วยข้อสอบภาษาอังกฤษทั้งหมด เพื่อเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย และนำผลการสอบไปใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือหลักสูตรอินเตอร์ แต่ที่ GED และ IGCSE แตกต่างจากการสอบ TOEFL และ IELTS นั่นคือ การสอบ TOEFL และ IELTS เป็นการทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษ แต่ GED และ IGCSE เป็นการสอบวิชาหลักในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเพื่อใช้เทียบวุฒิการศึกษา อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มีคำถามว่า ในเมื่อ GED และ IGCSE ต่างก็ใช้เพื่อเทียบวุฒิการศึกษา แล้วการสอบทั้ง 2 อย่างนี้ แตกต่างกันอย่างไร ตารางด้านล่าง จะแสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างของการสอบทั้ง 2 แบบ ทั้ง[…]

ทำอย่างไรถ้าไม่เก่งอังกฤษ แต่อยากพิชิต GED

การสอบ GED หรือ General Educational Development คือ การสอบเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา เป็นที่ยอมรับในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษหรือนานาชาติ (International Program) ซึ่งแน่นอนว่าการสอบตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกานั้น ข้อสอบก็จะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งปัญหาด้านภาษา นับเป็นอุปสรรคหนึ่งของนักเรียนไทยที่ไม่ได้ศึกษาอยู่ในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ หรือไม่ได้มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำในชีวิตประจำวัน ทั้งที่จริงๆแล้วน้องๆบางคนมีความรู้ความเข้าใจใน 5 วิชาที่ต้องทดสอบเป็นอย่างดี แต่ติดขัดในส่วนของภาษา ส่งผลให้ทำคะแนน GED ได้น้อย แต่ถึงแม้ว่าน้องๆจะไม่เชี่ยวชาญด้านภาษา ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพิชิต GED เพราะว่าเราจะถือวิกฤตินี้เป็นโอกาสในการพัฒนาภาษาไปในคราวเดียว นั่นคือ น้องๆสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาควบคู่ไปกับการเตรียมตัวสอบ GED ไปพร้อมๆกันเลย โดยเราจะฝึกด้านภาษาพร้อมๆกับวิชาการด้วย 4 เทคนิคต่อไปนี้ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า การอ่านทุกอย่างในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ จะช่วยให้น้องๆมีทักษะการอ่านที่รวดเร็ว และจับใจความสำคัญได้ แหล่งข้อมูลสำหรับอ่านที่ดีนั่นคือ หนังสือพิมพ์ เช่น Bangkok Post หรือวารสาร Reader Digest รวมไปถึงนิตยสารเช่น Time เป็นต้น ซึ่งแหล่งข่าวเหล่านี้จะมีบทความ และมีการสรุปคำศัพท์ที่น่าสนใจให้เราท้ายบทความด้วย อีกทั้งความเป็นสื่อสาธารณะทำให้เนื้อหา และการใช้ประโยคในบทความ มีลักษณะเป็นทางการ[…]

สมัครสอบ GED อย่างไร และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

เมื่อน้องๆเตรียมความพร้อมในการสอบ GED ทั้งติว, ทั้งอ่านหนังสือ และทำแบบฝึกหัด จนมั่นใจแล้วว่า ถึงเวลาที่จะต้องลงสนามจริงกันเสียที แต่ทีนี้จะสมัครสอบที่ไหน อย่างไร เตรียมเอกสารอะไร และค่าสอบเท่าไหร่ รวมทั้งไปสอบที่ไหน ตรงนี้มีรายละเอียดให้น้องๆ เพื่อที่จะได้เตรียมความพร้อมในการสอบ GED ให้ครบถ้วนกันไปเลย ก่อนอื่นเลย เรามาดูกันในเรื่องของการสมัครสอบ การสมัครสอบ GED ไม่เหมือนการสมัครสอบอื่นๆ น้องๆไม่ต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ไม่ต้องยื่นเอกสารด้วยตนเอง เพราะการสอบ GED ที่มีมาตรฐานระดับสากลนี้ มีวิธีการรับสมัครสอบผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ เพียงน้องๆมีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตก็สามารถลงทะเบียนสมัครสอบได้แล้ว โดยขั้นตอนมีดังต่อไปนี้ ลงทะเบียนสมัครสอบ โดยเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวที่ ged.com เมื่อลงทะเบียนแล้ว จะได้รับ User Name และ Password เพื่อใช้สำหรับการ Login เข้าระบบ GED Testing Booking ศูนย์สอบ โดยเราต้องเลือกศูนย์สอบ Thailand จากนั้นเลือกวิชาที่ต้องการทดสอบ ในแต่ละเดือน จะมีกำหนดวัน-เวลาการสอบในแต่ละวิชา ให้ผู้สอบเลือกกำหนดวันสอบด้วยตนเอง ซึ่งทุกวิชาสามารถสอบได้เกือบทุกวัน ระหว่างวัน จันทร์[…]

เตรียมสอบ GED อ่านหนังสืออะไรดี

ว่ากันว่า “ยิ่งพร้อม ความสำเร็จยิ่งอยู่ใกล้” การเตรียมความพร้อมในการสอบ GED นั้นผู้สอบจะต้องมีความรู้ทั้ง 5 วิชา คือ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ), Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์), Mathematics (คณิตศาสตร์) และ Science (วิทยาศาสตร์) แล้ว ยังต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียร ความมีวินัย และความมุ่งมั่นของผู้สอบเป็นหลักด้วย โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับน้องๆทุกคนที่เตรียมตัวสอบ นั่นคือ การอ่านหนังสือ และฝึกทำข้อสอบ GED นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วน้องๆที่ติว GED กับทางสถาบัน จะมีหนังสือแบบฝึกหัดจากที่เรียนอยู่ก่อนแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหากเราต้องการที่จะอ่านตำราเตรียมสอบ GED อย่างจริงจังนั้น จะมีตำราของหลายสำนักพิมพ์ ที่เป็นที่นิยมกัน นั่นคือ หนังสือ GED ของ BARRON; หนังสือชุดนี้เป็นที่นิยมใช้กันโดยจะมีครบทั้ง 5 วิชาที่น้องๆต้องใช้ในการสอบ GED มีเนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย[…]

ติว GED ให้ถูกใจ เลือกเรียนที่ไหนดี

GED Certificate เป็นกุญแจในการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในภาคอินเตอร์ รวมถึงการศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่ง GED เปรียบเสมือนบันไดเลื่อนให้น้องๆสามารถก้าวสู่ระดับอุดมศึกษาได้เร็วกว่าการเรียนสายสามัญตามปกติ อย่างน้อยก็ลดเวลาได้ถึง 1-2 ปี ดังนั้น หลายคนจึงมุ่งมั่นที่จะพิชิต GED Certificate ให้ได้ โดยนอกจากจะต้องอ่านหนังสือ และขยันทำแบบฝึกหัดทั้ง 5 วิชาที่ใช้สอบแล้ว การติว GED ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะเสริมสร้างความมั่นใจให้กับน้องๆอีกด้วย ปัจจุบันก็มีหลายสถาบันที่เปิดสอน ติว GED รวมไปถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสอบ GED แต่ที่ไหนน่าเรียน หลักสูตรแบบไหนที่น่าสนใจ และเหมาะกับน้องๆมากที่สุดนั้น จะทราบได้อย่างไร คอร์สติว GED ที่ The Planner Education เป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ และมีนักเรียนประสบความสำเร็จด้วยคะแนนที่สูงลิบลิ่วหรือได้คะแนนเต็มในบางวิชา นั่นเป็นเพราะว่าคุณครูและพี่ๆให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเรียนการสอน นั่นคือคุณภาพของการติวGED นักเรียนทุกคนจะได้เรียน GED ด้วยเนื้อหาที่ออกสอบบ่อยที่สุดและติวGEDพร้อมแนวข้อสอบจริงของทุกรอบ เรากล้ารับประกันผล เพราะเรารู้จริงทุกเรื่องของการติวGED นอกเหนือจากนั้น เรื่องของค่าเรียนที่The Planner Education ก็สมเหตุสมผลและย่อมเยาว์ จุดเด่นเพิ่มเติมของคอร์สติว GED ของ The[…]

เจาะลึกการเรียนGEDด้วยเทคนิคเขียน Essay

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในส่วนของข้อสอบ GED วิชา Language Arts; Writing นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ข้อสอบด้านโครงสร้างและไวยากรณ์ และอีกส่วนหนึ่งคือการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Essay) ตามหัวข้อที่กำหนดให้ ซึ่งผู้สอบหลายท่านอาจเป็นกังวล ทั้งเรื่องวิธีการเขียน การเรียบเรียงเรื่องที่เขียน ไหนยังจะความถูกต้องของเนื้อหาและไวยากรณ์ด้วย ดังนั้น การลำดับความคิด และการวางแผนการเขียน เพื่อให้การเขียน Essay มีประสิทธิผล จะช่วยให้ได้คะแนนของข้อสอบ GED ในส่วนนี้ได้ไม่ยาก การเขียนเรียงความสำหรับการสอบ GED นั้น จะมีการกำหนดหัวข้อและจำนวนคำ ดังนั้น ผู้สอบจะต้องคิดและเขียนเพื่อให้ได้เนื้อหาตรงตามหัวข้อที่กำหนด ซึ่งการจะเขียน Essay ให้ได้คะแนนที่ดีนั้น มีเพียง 3 อย่างที่ต้องรู้ และจำไว้ให้ขึ้นใจ คือ รู้อ่าน รู้เขียน และรู้จักตรวจทาน ซึ่งการรู้ทั้ง 3 อย่างนี้ จะช่วยเพิ่มคะแนน GEDในส่วนของ Writing ได้อย่างไรนั้น อธิบายได้ดังต่อไปนี้ รู้อ่าน การอ่านเป็นรากฐานสำคัญ ซึ่งการอ่านจะทำให้เราได้ความรู้ที่กว้างขึ้น[…]

เรียนGED มีเนื้อหาอะไรบ้าง

การพิชิตข้อสอบ GED ยิ่งเรารู้มากเท่าไหร่ โอกาสสอบผ่านก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าการสอบ GED จะสามารถลงทะเบียนสอบใหม่ (Re-Score) ได้หากสอบไม่ผ่าน แต่คงจะดีกว่าถ้าเราจะเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ โดยยอมจ่ายราคาให้กับเวลาเตรียมตัว และค่าสอบเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็เปิดประตูสู่มหาวิทยาลัยได้อย่างสวยงาม การสอบ GED ประกอบไปด้วยวิชาหลักสำหรับนักเรียน High School ในสหรัฐอเมริกา จำนวน 5 วิชา ได้แก่ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ), Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์), Mathematics (คณิตศาสตร์) และ Science (วิทยาศาสตร์) ซึ่งในการสอบ GED แต่ละวิชา จะมีข้อสอบปรนัย 50 ข้อ แบ่งเป็นเนื้อหาย่อย และมีการให้น้ำหนักแต่ละส่วนของเนื้อหา ดังตาราง ทุกวิชามีคะแนนเต็ม 800 คะแนน โดยเกณฑ์ในการสอบ GED ให้ผ่าน ไม่มีอะไรซับซ้อน[…]

การเรียนGED คืออะไร

Francis Bacon นักปราชญ์ รัฐบุรุษ นักวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย และ นักเขียน ชาวอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า “Knowledge is Power” มีความหมายว่า “ความรู้ คือ พลัง” ดังนั้น โอกาสแห่งเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งน้องๆที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนต่างก็มีเส้นทางในการเรียนรู้ต่างๆกันออกไป บางคนอยู่ในระบบการศึกษา บางคนเรียนแบบ Home School หรือบางคนเรียนรู้จากระบบการศึกษานอกโรงเรียน เป็นต้น บทความนี้เราจะแนะนำให้น้องๆรู้จักกับประตูแห่งการศึกษาอีกแบบหนึ่งที่เราเรียกกันว่า GED (จีอีดี) ซึ่งชื่อเต็มก็คือ General Educational Development นั่นเอง ในแวดวงการศึกษาต่อเราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “การสอบ GED” กันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการสอบ GED คืออะไรกันแน่ และสอบไปแล้วจะเอาผลไปใช้อะไรได้บ้าง ดังนั้น เรามาเริ่มกันตั้งแต่นิยามของ GED กันเลย GED (General Educational Development) คือ การสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับ High School Diploma ของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา[…]

General Educational Development (GED)

GED หรือ General Educational Development เป็นการสอบเทียบเท่าระดับมัธยมปลายของประเทศอเมริกา และได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย นักเรียนสามารถใช้วุฒิ GED ในการสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยรัฐบาลภาคอินเตอร์และ มหาวิทยาลัยเอกชนทั้งภาคไทยและอินเตอร์ในประเทศไทย หรือสมัครเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็ได้เช่นกัน ผู้มีสิทธิ์สอบจะต้องมีอายุครบ 16 ปีขึ้นไป แต่จะได้รับวุฒิเมื่ออายุครบ17 ปี นักเรียนจะต้องสอบทั้งหมด 5 วิชาด้วยกันนั่นก็คือ Language Arts Reading, Language Arts Writing, Social Studies, Science, and Mathematics แต่ละวิชานั้นมี 800 คะแนน นักเรียนจะต้องสอบให้ได้ 410 คะแนนถึงจะผ่าน ส่วนคะแนนรวมทั้ง 5 วิชาต้องได้ 2250 คะแนน ข้อสอบGED ในประเทศไทยเปลี่ยนหรือยัง? ในปี 2014 นี้ ศูนย์สอบในประเทศไทยยังคงใช้ข้อสอบ The 2002 Series GED® test ที่มี 5 วิชาอยู่เช่นเดิม ถึงแม้ว่าทางฝั่งอเมริกาจะเปลี่ยนการสอบจาก The 2002 Series GED® test  เป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า The 2014[…]